กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: 1 [2] 3 4 ... 10
11
หัวข้อ: การใช้งาน Google Meet และบริการของ Gmail
สวัสดีครับ/ค่ะทุกท่าน

ขอบคุณทุกท่านที่สละเวลามาร่วมฟังการบรรยายในวันนี้ หัวข้อของเราคือ "การใช้งาน Google Meet และบริการของ Gmail" ซึ่งเป็นสองบริการที่ไม่เพียงช่วยให้การสื่อสารและการทำงานเป็นไปอย่างราบรื่น แต่ยังช่วยให้ชีวิตประจำวันของเรามีประสิทธิภาพมากขึ้น

เราจะพูดคุยกันใน 4 ส่วนหลัก ได้แก่

การใช้งาน Gmail อย่างมืออาชีพ
การใช้ Google Meet ในการประชุมออนไลน์
การผสานการทำงานระหว่าง Gmail และ Google Meet
เคล็ดลับและกรณีศึกษาที่นำไปใช้ได้จริง
ส่วนที่ 1: การใช้งาน Gmail อย่างมืออาชีพ
Gmail ไม่ใช่แค่อีเมลธรรมดา แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยจัดระเบียบชีวิตและการทำงานของเราได้อย่างยอดเยี่ยม

1.1 ฟีเจอร์สำคัญของ Gmail
Smart Compose และ Smart Reply:
ฟีเจอร์ที่ช่วยเขียนอีเมลอย่างรวดเร็วและมืออาชีพ โดยระบบจะเสนอคำแนะนำหรือข้อความตอบกลับอัตโนมัติ
ตัวอย่าง: เมื่อคุณได้รับอีเมลเกี่ยวกับการประชุม ระบบอาจเสนอข้อความตอบกลับเช่น "ขอบคุณสำหรับข้อมูล ผมจะเข้าร่วมประชุม"

Confidential Mode:
โหมดอีเมลที่เพิ่มความปลอดภัย โดยสามารถตั้งวันหมดอายุสำหรับข้อความและป้องกันการดาวน์โหลดหรือคัดลอกเนื้อหา

Gmail Offline:
ใช้งาน Gmail ได้แม้ไม่มีอินเทอร์เน็ต เพียงแค่ตั้งค่าล่วงหน้า คุณสามารถอ่าน เขียน และเก็บร่างข้อความไว้ส่งเมื่อกลับมาเชื่อมต่อ

1.2 การจัดการ Gmail ให้เป็นระเบียบ
การใช้ Labels และ Filters:
สร้างหมวดหมู่สำหรับอีเมล เช่น "งานเร่งด่วน" หรือ "ลูกค้า VIP" พร้อมตั้งค่าให้ระบบกรองอีเมลเข้าสู่หมวดหมู่ที่กำหนดโดยอัตโนมัติ

การตั้งค่า Priority Inbox:
Gmail สามารถเรียนรู้พฤติกรรมของเรา และจัดลำดับอีเมลสำคัญมาแสดงก่อน

1.3 เคล็ดลับที่หลายคนมองข้าม
ตั้งค่าลายเซ็นอัจฉริยะ: เพิ่มชื่อ-นามสกุล ตำแหน่ง และข้อมูลติดต่อในทุกอีเมลของคุณ
ใช้ Tasks และ Keep Notes ร่วมกับ Gmail: บริหารจัดการงานและบันทึกสำคัญที่เชื่อมโยงกับอีเมลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ส่วนที่ 2: การใช้ Google Meet ในการประชุมออนไลน์
Google Meet คือเครื่องมือประชุมออนไลน์ที่ออกแบบมาเพื่อให้ใช้งานง่าย แต่มีฟีเจอร์ที่ทรงพลัง

2.1 ฟีเจอร์เด่นของ Google Meet
การแชร์หน้าจอ (Screen Sharing):
เหมาะสำหรับการนำเสนองาน การสอน หรือการให้คำแนะนำ
ตัวอย่าง: คุณสามารถแชร์หน้าจอ PowerPoint ขณะบรรยาย หรือเปิดไฟล์ Excel เพื่อสาธิตการวิเคราะห์ข้อมูล

Breakout Rooms:
ฟีเจอร์ที่ช่วยแบ่งผู้เข้าร่วมประชุมออกเป็นกลุ่มย่อย สำหรับการระดมความคิดหรือทำงานเฉพาะกิจ

Live Captions:
แสดงคำบรรยายสดระหว่างการประชุม เหมาะสำหรับการประชุมที่มีผู้เข้าร่วมจากหลายภาษา

การบันทึกการประชุม (Recording):
ใช้เก็บข้อมูลสำคัญไว้ทบทวนหรือส่งต่อให้ผู้ที่ไม่สามารถเข้าร่วม

2.2 เทคนิคการใช้งาน Google Meet อย่างมืออาชีพ
เตรียมการล่วงหน้า:
ตรวจสอบกล้อง ไมโครโฟน และอินเทอร์เน็ตก่อนการประชุมเสมอ

สร้างบรรยากาศที่เหมาะสม:
ใช้ฟีเจอร์ Background Blur หรือเปลี่ยนพื้นหลังเพื่อให้ดูเป็นมืออาชีพ

ตั้งค่าคำเชิญที่ชัดเจน:
ระบุหัวข้อ เวลา และวาระการประชุมในคำเชิญเพื่อช่วยให้ผู้เข้าร่วมประชุมเตรียมตัวได้ดี

ส่วนที่ 3: การผสานการทำงานระหว่าง Gmail และ Google Meet
จุดเด่นของบริการ Google คือการทำงานร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อ ตัวอย่างเช่น

เมื่อคุณได้รับคำเชิญประชุมใน Gmail คุณสามารถคลิกลิงก์เพื่อเข้าร่วม Google Meet ได้ทันที
หากคุณแนบไฟล์จาก Google Drive ในอีเมล ระบบจะสามารถดึงไฟล์นั้นมาใช้งานในการประชุมได้
กรณีศึกษา:
สถานการณ์: ทีมงานต้องประชุมและอัปเดตแผนงานรายสัปดาห์
คุณสามารถสร้างคำเชิญประชุมใน Google Calendar
ส่งลิงก์เข้าร่วมผ่าน Gmail พร้อมแนบเอกสารที่ต้องการให้ผู้เข้าร่วมอ่าน
ระหว่างการประชุม ใช้ Google Meet เพื่อพูดคุย และแชร์เอกสารประกอบแบบเรียลไทม์
ส่วนที่ 4: เคล็ดลับและกรณีศึกษาเพิ่มเติม
เคล็ดลับ:
จัดการเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ: ใช้ Google Calendar ควบคู่กับ Gmail และ Google Meet เพื่อกำหนดเวลาและแจ้งเตือน
ฝึกฝนการสื่อสารออนไลน์: ใช้ฟีเจอร์ Chat หรือ Q&A ใน Google Meet เพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วม
กรณีศึกษาในชีวิตจริง:
องค์กร A: ใช้ Google Meet สำหรับการสัมมนาออนไลน์ (Webinar) โดยเชื่อมต่อกับ Gmail ในการส่งคำเชิญและสรุปเนื้อหา
นักเรียน B: ใช้ Google Meet สำหรับเรียนออนไลน์ และใช้ Gmail ในการส่งการบ้าน
กิจกรรมระหว่างบรรยาย
เพื่อให้บรรยายมีส่วนร่วม แนะนำให้เพิ่มกิจกรรม เช่น

ถาม-ตอบ (Q&A): ให้ผู้ฟังถามคำถามเกี่ยวกับการใช้งาน Gmail หรือ Google Meet
แบบฝึกหัดสั้น: ให้ผู้ฟังทดลองใช้ฟีเจอร์ เช่น การสร้างอีเมลหรือการเริ่มประชุมใน Google Meet
สรุป
การใช้งาน Gmail และ Google Meet อย่างถูกวิธี จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและชีวิตประจำวัน หากเรานำเครื่องมือเหล่านี้มาใช้ร่วมกันอย่างเหมาะสม เราจะสามารถทำงานได้ง่ายขึ้น เร็วขึ้น และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

หวังว่าทุกท่านจะได้รับความรู้ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง ขอบคุณที่รับฟังครับ/ค่ะ
12
คู่มือวิธีการเพิ่มฟังก์ชัน Chatbot ให้แสดงผลบนหน้าเว็บไซต์ศาล

1. เข้ายังหน้าจอ admin ผู้ดูแลเว็บไซต์
2. เมนูจัดการด้านซ้าย เลือก “จัดการระบบ”
3. เลือกเมนู “จัดการ Widget”

4. เพิ่ม script ไว้ที่ส่วน header
4.1 เลือกรายการ Widget ชื่อว่า “ชื่อเว็บไซต์”
4.2 ตั้งค่า Widget ให้กดปุ่ม “ดูรหัส HTML”
4.3 แก้ไข HTML โดยเพิ่มโค้ดนี้ไว้ที่บรรทัดล่างสุด

<link href="https://phonebook.coj.go.th/theme/assets/css/chatbot.css" rel="stylesheet" />

4.4 กดปุ่ม “บันทึก” เพื่อบันทึกการตั้งค่า

5. เพิ่ม script ไว้ที่ส่วน footer ด้านล่าง
5.1 เลือกรายการ Widget ชื่อว่า “ที่อยู่ footer”
5.2 ตั้งค่า Widget ให้กดปุ่ม “ดูรหัส HTML”
5.3 แก้ไข HTML โดยเพิ่มโค้ดนี้ไว้ที่บรรทัดล่างสุด

<p>&nbsp;</p>
<script src="https://phonebook.coj.go.th/theme/assets/js/chatbot.js"></script>

5.4 กดปุ่ม “บันทึก” เพื่อบันทึกการตั้งค่า

6. เมื่อเข้าเว็บไซต์ศาลจะปรากฏรูป COJ Chatbot อยู่ที่บริเวณด้านล่างขวาของหน้าเว็บไซต์
***หมายเหตุ ติ๊กสถานะ chatbot เดิมไม่ใช้งานด้วย
13
รู้เท่าทันรูปแบบกลโกงของมิจฉาชีพบนโลกออนไลน์

รู้เท่าทันรูปแบบกลโกงของมิจฉาชีพบนโลกออนไลน์

(1) เปิดเรื่อง: ดึงความสนใจผู้ฟัง

สวัสดีครับทุกท่าน วันนี้เรามาพูดถึงเรื่องที่สำคัญมากในยุคดิจิทัล นั่นคือ "การรู้เท่าทันกลโกงของมิจฉาชีพบนโลกออนไลน์" คำถามแรกที่ผมอยากให้ทุกท่านลองคิดคือ คุณมั่นใจแค่ไหนว่าเราจะไม่ตกเป็นเหยื่อ?

ลองนึกภาพดูนะครับ…

คุณได้รับข้อความแจ้งว่าถูกเรียกเก็บเงินจากบัตรเครดิต ทั้งที่คุณไม่เคยใช้!

คุณเห็นโฆษณาขายสินค้าราคาถูกเกินจริง และกดสั่งซื้อเพราะกลัวพลาดโอกาส!

หรือแม้แต่ได้รับสายจาก "เจ้าหน้าที่" แจ้งว่าคุณเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน ต้องโอนเงินเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์!

เรื่องเหล่านี้ไม่ใช่แค่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป มิจฉาชีพพัฒนาเทคนิคใหม่ๆ ให้ซับซ้อนมากขึ้น จนบางครั้งแม้แต่คนที่คิดว่าระมัดระวังแล้วก็ยังพลาดท่าได้

(2) มิจฉาชีพออนไลน์ทำงานอย่างไร?

มิจฉาชีพบนโลกออนไลน์มีหลายรูปแบบมาก วันนี้เราจะมาดูกลโกงที่พบบ่อยและวิธีที่พวกเขาหลอกล่อเหยื่อ

1. ฟิชชิ่ง (Phishing) - หลอกให้คลิกลิงก์และขโมยข้อมูล

ฟิชชิ่งคือการที่มิจฉาชีพส่งอีเมลหรือข้อความที่ดูเหมือนมาจากองค์กรจริง เช่น ธนาคารหรือแพลตฟอร์มออนไลน์ เมื่อเหยื่อคลิกลิงก์และกรอกข้อมูลเข้าไป ข้อมูลเหล่านั้นจะถูกส่งตรงถึงมิจฉาชีพทันที

ตัวอย่าง: อีเมลจาก "ธนาคาร" แจ้งว่าบัญชีของคุณถูกล็อก และให้คลิกที่ลิงก์เพื่อยืนยันตัวตน

2. หลอกให้โอนเงิน - แก๊งคอลเซ็นเตอร์ และ Romance Scam

แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ใช้จิตวิทยาในการข่มขู่เหยื่อ เช่น อ้างว่าเป็นตำรวจ สรรพากร หรือเจ้าหน้าที่รัฐ และบังคับให้โอนเงินเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์

Romance Scam หลอกเหยื่อทางความรัก โดยใช้โซเชียลมีเดียหรือแอปหาคู่ สร้างความสัมพันธ์ และสุดท้ายขอให้ช่วยโอนเงิน

3. โฆษณาปลอม และเว็บขายของปลอม

คุณเคยเห็นสินค้าราคาถูกกว่าปกติหลายเท่าบน Facebook หรือไม่? หลายครั้งสิ่งที่คุณจ่ายเงินซื้อ อาจไม่มีอยู่จริง หรือได้รับสินค้าคุณภาพต่ำกว่าที่โฆษณา

(3) วิธีป้องกันตัวเองจากมิจฉาชีพออนไลน์

✅ อย่าคลิกลิงก์จากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ – ถ้าได้รับอีเมลหรือ SMS จากธนาคารหรือแพลตฟอร์มใดๆ ให้เข้าเว็บหลักโดยตรงแทนที่จะคลิกลิงก์ในข้อความ✅ ตั้งค่าความปลอดภัยบัญชีออนไลน์ – ใช้รหัสผ่านที่คาดเดายาก เปิดใช้การยืนยันตัวตน 2 ชั้น✅ เช็กข้อมูลก่อนทำธุรกรรม – ถ้ามีใครโทรมาอ้างว่าเป็นตำรวจ หรือหน่วยงานรัฐ ให้ติดต่อกลับที่เบอร์ทางการก่อน✅ ใช้สติ อย่ารีบโอนเงิน – มิจฉาชีพมักใช้ความเร่งด่วนและความกลัวมากดดันเหยื่อเสมอ

(4) กรณีศึกษาจริงที่เกิดขึ้น

เรามาดูตัวอย่างจริงของผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ เพื่อเป็นอุทาหรณ์และเรียนรู้จากเหตุการณ์เหล่านี้

 กรณีที่ 1: แก๊งคอลเซ็นเตอร์ – หญิงวัย 50 ถูกโทรศัพท์หลอกว่าเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน ถูกบังคับให้โอนเงินกว่า 5 ล้านบาท  กรณีที่ 2: หลอกขายสินค้าทางออนไลน์ – นักศึกษาซื้อโทรศัพท์ราคาถูกจากโฆษณา Facebook สุดท้ายได้กล่องเปล่า

(5) สรุปและข้อคิดปิดท้าย

โลกออนไลน์เต็มไปด้วยโอกาส แต่ก็เต็มไปด้วยภัยร้ายที่ซ่อนอยู่เช่นกัน วันนี้ทุกท่านได้เรียนรู้แล้วว่า กลโกงของมิจฉาชีพมีหลากหลายรูปแบบและพัฒนาอยู่ตลอดเวลา

 สิ่งสำคัญที่สุดคือ “สติ” และ “ความรู้”

ถ้ามีใครอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ให้โทรกลับเบอร์ทางการเท่านั้น

อย่าหลงเชื่อโปรโมชั่นเกินจริง

อย่าเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวให้ใครง่ายๆ

ตั้งค่าความปลอดภัยให้บัญชีออนไลน์ทุกช่องทาง

สุดท้ายนี้… คุณจะเลือกเป็นเหยื่อ หรือจะเลือกเป็นผู้ที่รู้เท่าทัน?

หวังว่าวันนี้ทุกท่านจะได้รับความรู้ที่เป็นประโยชน์ และสามารถนำไปใช้ป้องกันตัวเองจากภัยร้ายบนโลกออนไลน์ได้ครับ ขอบคุณทุกท่านที่รับฟัง!
14
รู้เท่าทันกลโกงออนไลน์ ป้องกันตัวก่อนตกเป็นเหยื่อ

(เริ่มเรื่อง – ดึงความสนใจ)

ลองนึกภาพว่าคุณกำลังนั่งชิล ๆ เลื่อนโทรศัพท์อยู่ดี ๆ แล้วมีข้อความแจ้งว่า “ยินดีด้วย! คุณถูกรางวัล 10 ล้านบาท” ทั้งที่ยังไม่เคยซื้อลอตเตอรี่! หรือจู่ ๆ มีคนโทรมาบอกว่า “คุณมีคดีติดตัว ถ้าไม่อยากติดคุก โอนเงินมาเดี๋ยวนี้!” เดี๋ยวนะ... นี่เรากลายเป็นอาชญากรไปตั้งแต่เมื่อไหร่? ถ้าเจออะไรแบบนี้ รีบตั้งสติให้ไว เพราะนี่อาจเป็นกลโกงจากมิจฉาชีพออนไลน์!

(รูปแบบกลโกงที่พบบ่อย)

ฟิชชิ่ง (Phishing) – หลอกให้กรอกข้อมูลส่วนตัว
มิจฉาชีพส่งอีเมลหรือข้อความปลอมจากธนาคาร หรือบริษัทดัง ๆ ให้เรากรอกข้อมูล เช่น รหัสผ่าน หรือเลขบัตรเครดิต จากนั้นขโมยเงินไป ให้คิดซะว่า ถ้าธนาคารส่งลิงก์ให้กรอกข้อมูลเหมือนแจกขนม นั่นคือของปลอมแน่นอน!

หลอกให้รักแล้วลวงเงิน (Romance Scam)
เจอคนในแอปหาคู่ ทำทีเป็นรักเราหัวปักหัวปำ คุยไปสักพักก็อ้างว่ามีปัญหาเรื่องเงิน ขอให้ช่วยโอนหน่อย ถ้าความรักต้องแลกกับเลขบัญชี ควรเปลี่ยนจาก ‘แฟน’ เป็น ‘แฟนธง’ แล้วโบกมือลาเถอะ!

ลงทุนลวงโลก (Investment Scam)
มีคนมาชวนลงทุน บอกว่า “กำไรสูง คืนทุนไว” แต่พอจะถอนเงิน กลับหายเข้ากลีบเมฆ อย่าลืม! โลกนี้ไม่มีอะไรได้มาฟรี ๆ นอกจากแดดแรงกับลมพัดแรง ๆ

ปลอมเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือตำรวจ
โทรมาอ้างว่าคุณมีคดี ถ้าไม่อยากโดนจับ ต้องรีบโอนเงิน ขอโทษนะครับคุณตำรวจ ถ้าจะจับจริง ขอหมายจับเป็นลายลักษณ์อักษรนะ ไม่ใช่หมายจับโอนเงิน!

แอปปลอม – ดูดเงินจากบัญชี
แอปบางตัวดูเหมือนแอปธนาคารเป๊ะ แต่จริง ๆ แล้วเป็นของปลอม โหลดผิดชีวิตเปลี่ยน! เงินหายไวเหมือนโดนดูดวิญญาณ

(วิธีป้องกัน – ปิดช่องโหว่ก่อนถูกหลอก)

อย่าให้ข้อมูลส่วนตัวง่าย ๆ โดยเฉพาะรหัสผ่านหรือเลขบัญชีธนาคาร

เช็กให้ชัวร์ก่อนโอนเงิน ถ้ามีคนบอกให้โอนเงิน รีบตรวจสอบก่อนเสมอ

ใช้รหัสผ่านที่เดายาก และเปิดระบบยืนยันตัวตนสองชั้น (2FA)

โหลดแอปจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เช่น App Store หรือ Google Play

อย่าหลงเชื่อโฆษณาลงทุนที่ดูดีเกินจริง ถ้ารวยง่าย ก็มักจะเป็นกลโกง!

ตั้งสติเมื่อมีสายแปลก ๆ โทรมา ตำรวจจริง หรือหน่วยงานรัฐ จะไม่โทรมาขอเงินเด็ดขาด!

(สรุป – ป้องกันตัวเองไว้ก่อน)

มิจฉาชีพออนไลน์หาวิธีใหม่ ๆ มาหลอกเราเสมอ เราต้องไม่ประมาท! ตั้งสติ คิดให้รอบคอบก่อนเชื่อหรือโอนเงิน และช่วยเตือนคนรอบข้างด้วย อย่าปล่อยให้เงินในบัญชีเราหายไปไวกว่าเงินเดือนที่เพิ่งออก!

15
รู้เท่าทันกลโกงออนไลน์ ป้องกันตัวก่อนตกเป็นเหยื่อ

(เริ่มเรื่อง – ดึงความสนใจ)

ลองนึกภาพว่าคุณกำลังใช้โทรศัพท์อยู่ดี ๆ แล้วมีข้อความแจ้งว่าคุณถูกรางวัลใหญ่! หรือมีคนโทรมาบอกว่าคุณมีคดีติดตัว ถ้าไม่รีบโอนเงิน อาจโดนจับ! นี่คือวิธีที่มิจฉาชีพใช้หลอกเหยื่อทางออนไลน์ และพวกเขาก็มีเทคนิคใหม่ ๆ ออกมาเสมอ

(รูปแบบกลโกงที่พบบ่อย)

ฟิชชิ่ง (Phishing) – หลอกให้กรอกข้อมูลส่วนตัว
มิจฉาชีพส่งอีเมลหรือข้อความปลอมจากธนาคาร หรือบริษัทชื่อดัง ให้เรากรอกข้อมูล เช่น รหัสผ่าน หรือบัตรเครดิต จากนั้นขโมยเงินไป

หลอกให้รักแล้วลวงเงิน (Romance Scam)
เจอคนในแอปหาคู่หรือโซเชียลมีเดีย ทำทีเป็นรักเรามาก จากนั้นขอให้ช่วยโอนเงิน อ้างว่ามีปัญหาด่วน เช่น ค่ารักษาพยาบาล หรือค่าเดินทาง

ลงทุนลวงโลก (Investment Scam)
มีคนมาชวนลงทุน บอกว่ากำไรดีมาก ได้เงินเร็ว แต่พอจะถอนเงินกลับทำไม่ได้ หายตัวไปเลย!

ปลอมเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือตำรวจ
โทรมาอ้างว่าคุณมีคดี หรือพัสดุต้องสงสัย ถ้าอยากเคลียร์เรื่อง ต้องโอนเงินทันที จริง ๆ แล้วเป็นเรื่องโกหกทั้งนั้น!

แอปปลอม – ดูดเงินจากบัญชี
มีแอปที่ดูเหมือนแอปธนาคาร แต่เป็นของปลอม พอเราดาวน์โหลด ข้อมูลบัญชีเราก็ถูกขโมยไปใช้ทันที

(วิธีป้องกัน – ปิดช่องโหว่ก่อนถูกหลอก)

อย่าให้ข้อมูลส่วนตัวง่าย ๆ โดยเฉพาะรหัสผ่านหรือเลขบัญชีธนาคาร

เช็กให้ชัวร์ก่อนโอนเงิน ถ้ามีคนบอกให้โอนเงิน รีบตรวจสอบก่อนเสมอ

ใช้รหัสผ่านที่เดายาก และเปิดระบบยืนยันตัวตนสองชั้น (2FA)

โหลดแอปจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เช่น App Store หรือ Google Play

อย่าหลงเชื่อโฆษณาลงทุนที่ดูดีเกินจริง ถ้ารวยง่าย ก็มักจะเป็นกลโกง!

ตั้งสติเมื่อมีสายแปลก ๆ โทรมา ตำรวจจริง หรือหน่วยงานรัฐ จะไม่โทรมาขอเงินเด็ดขาด!

(สรุป – ป้องกันตัวเองไว้ก่อน)

มิจฉาชีพออนไลน์หาวิธีใหม่ ๆ มาหลอกเราเสมอ เราต้องไม่ประมาท! ตั้งสติ คิดให้รอบคอบก่อนเชื่อหรือโอนเงิน และช่วยเตือนคนรอบข้างด้วย อย่าปล่อยให้มิจฉาชีพเอาเปรียบเราได้ง่าย ๆ!

16
รู้เท่าทันรูปแบบกลโกงของมิจฉาชีพบนโลกออนไลน์

(เปิดเรื่อง – กระตุ้นความสนใจ)

ลองจินตนาการดูว่าคุณกำลังเลื่อนหน้าจอโทรศัพท์อย่างสบายใจ จู่ ๆ ก็มีข้อความแจ้งเตือนว่าคุณถูกรางวัลใหญ่จากบริษัทที่คุณไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน หรือวันหนึ่ง คุณได้รับโทรศัพท์จากบุคคลที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ แจ้งว่าคุณมีคดีความและต้องโอนเงินเพื่อเคลียร์คดีให้เรียบร้อย นี่คือกับดักของมิจฉาชีพที่กำลังแฝงตัวอยู่ในโลกออนไลน์และพร้อมจะหลอกล่อเหยื่อที่ไม่ทันระวังตัว

(สาระสำคัญ – ประเภทของกลโกงออนไลน์)

ในโลกดิจิทัลที่ทุกอย่างสะดวกสบายขึ้น มิจฉาชีพก็พัฒนาเทคนิคการโกงให้แนบเนียนและซับซ้อนขึ้นเช่นกัน เรามาทำความรู้จักกับรูปแบบกลโกงที่พบบ่อย เพื่อป้องกันตนเองและคนรอบข้าง

ฟิชชิ่ง (Phishing) – ล้วงข้อมูลส่วนตัว
มิจฉาชีพจะส่งอีเมลหรือข้อความที่ดูเหมือนมาจากบริษัทที่เชื่อถือได้ เช่น ธนาคาร หรือแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ โดยมีลิงก์ให้คุณกดเพื่อเข้าสู่ระบบ แต่แท้จริงแล้ว นั่นคือกับดักที่นำคุณไปยังเว็บไซต์ปลอม และเมื่อคุณกรอกข้อมูล มิจฉาชีพก็จะได้ข้อมูลสำคัญไปครอบครอง

โรแมนซ์สแกม (Romance Scam) – หลอกให้รักแล้วลวงเงิน
กลโกงประเภทนี้มักเกิดขึ้นในแพลตฟอร์มหาคู่หรือโซเชียลมีเดีย มิจฉาชีพจะใช้รูปโปรไฟล์ปลอม อ้างตัวเป็นคนรักที่แสนดี และใช้เวลาสร้างความสัมพันธ์กับเหยื่อ ก่อนจะอ้างว่าต้องการความช่วยเหลือทางการเงิน เช่น ค่าเดินทาง ค่ารักษาพยาบาล หรือค่าใช้จ่ายฉุกเฉินอื่น ๆ

ลงทุนลวงโลก (Investment Scam) – ผลตอบแทนสูงเกินจริง
มิจฉาชีพจะชักชวนให้ลงทุนในโครงการที่ดูน่าเชื่อถือ และอ้างว่าจะได้รับผลตอบแทนสูงในเวลาอันรวดเร็ว แต่เมื่อถึงเวลาถอนเงิน กลับพบว่าถูกบล็อกหรือหายเข้ากลีบเมฆ

มิจฉาชีพปลอมเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือตำรวจ
มิจฉาชีพจะโทรศัพท์หาเหยื่อและอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ เช่น ตำรวจ ศาล หรือหน่วยงานภาครัฐ แจ้งว่าเหยื่อมีคดีความ หรือมีพัสดุต้องสงสัย หากต้องการเคลียร์เรื่องต้องโอนเงิน ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นเรื่องโกหกทั้งหมด

แอปพลิเคชันปลอม – ดูดเงินจากบัญชี
มีแอปพลิเคชันปลอมที่ถูกสร้างขึ้นให้ดูเหมือนแอปของธนาคารหรือหน่วยงานสำคัญ เมื่อเหยื่อดาวน์โหลดและติดตั้ง ข้อมูลบัญชีธนาคารหรือรหัสผ่านก็จะถูกขโมยไป

(วิธีป้องกัน – ปิดช่องโหว่ก่อนตกเป็นเหยื่อ)

อย่าให้ข้อมูลส่วนตัวหรือรหัสผ่านกับใคร ไม่ว่าบุคคลนั้นจะอ้างตัวเป็นใครก็ตาม

ตรวจสอบแหล่งที่มาของข้อมูล อย่ากดลิงก์ที่ไม่น่าไว้วางใจ หรือรีบโอนเงินโดยไม่ได้ตรวจสอบ

ใช้รหัสผ่านที่แข็งแกร่ง และเปิดใช้งานการยืนยันตัวตนสองชั้น (2FA)

ระวังแอปพลิเคชันที่ไม่น่าเชื่อถือ ดาวน์โหลดแอปจากแหล่งที่ถูกต้อง เช่น App Store หรือ Google Play

หาข้อมูลก่อนลงทุน หากมีข้อเสนอที่ให้ผลตอบแทนสูงเกินจริง มีโอกาสสูงว่าจะเป็นกลโกง

ตั้งสติเมื่อมีสายแปลก ๆ โทรมา อย่าหลงเชื่อใครง่าย ๆ ที่อ้างว่าคุณมีคดีความหรือได้รับรางวัล

(สรุป – ตอกย้ำความสำคัญ)

มิจฉาชีพออนไลน์พัฒนาเทคนิคใหม่ ๆ ตลอดเวลา เราจึงต้องอัปเดตความรู้และรู้เท่าทันกลโกงทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบข้อมูลก่อนตัดสินใจ การตั้งค่าความปลอดภัยให้แน่นหนา หรือแม้แต่การแจ้งเตือนคนรอบข้างให้ระวังตัวอยู่เสมอ จำไว้ว่า “การป้องกันตนเองคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด” อย่าปล่อยให้มิจฉาชีพมีโอกาสควบคุมชีวิตและกระเป๋าเงินของคุณ!
17
ระบบ EFiling   รู้จัก Error เบื้องต้น
การให้ข้อมูลนี้เป็นการรวบรวมการแก้ปัญหาและความรู้เบื้องต้น

พิมพ์ /1 เมื่อพบ Error : ขออภัย ! ผู้ยื่นฟ้องยังไม่ได้รับการตรวจสอบเอกสารการลงทะเบียน
พิมพ์ /2 เมื่อพบ Error from COJ : ReceiptBookNo of Electronic or ReceiptNo of Electronic Duplicate not found in database!
พิมพ์ /3 เมื่อพบ Error : รายการนี้ถูกตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่ท่านอื่นเรียบร้อยแล้ว ไม่สามารถตรวจสอบซ้ำได้ (BTX3012)
 พิมพ์ /4 เมื่อพบข้อความ ขออภัย กรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่ (TTX9998)
 พิมพ์ /5 เมื่อพบ Error ขออภัย ! ไม่สามารถทำการ resend reset mobile pass mail ได้ (BAD3008)
 พิมพ์ /6 กรณีอัปโหลดเอกสารยืนยันตัวตนทนายผิด และมีการกดอนุมัติเรียบร้อยแล้ว

พิมพ์ /7 กรณีท่านผู้พิพากษาไม่ได้รับ sms แจ้งเตือนการทำรายการจากระบบ e-Filing
พิมพ์ /8 กรณีเจ้าหน้าที่ศาลประสงค์ขอเปิดเมนูเพิ่มเติมในระบบ e-Filing
ตัวอย่าง
>> ขอเปิดเมนูเพิ่มเติมให้คู่ความยื่นคำร้องจัดการมรดก
และคดีผู้บริโภค
 พิมพ์ /9 กรณีทนาย กรอกชื่อโจทก์/จำเลย ใน e-Filing ไม่ถูกต้อง แก้ไขได้อย่างไร
 พิมพ์ /10 กรณีเจ้าหน้าที่ศาลอัปโหลดไฟล์เอกสารเข้า e-Filing ผิดคดี สามารถลบได้หรือไม่
 พิมพ์ /11 กรณีเจ้าหน้าที่ศาลเปิดวันนัดผิดและทนายยื่นฟ้องเข้ามาสามารถจะแก้ไขอย่างไร
 พิมพ์ /12 ค่าส่งคำคู่ความในระบบ e-Filing สามารถแก้ไขหรือกำหนดโดยทนายความได้หรือไม่
 พิมพ์ /13 ต้องการแก้ไข/ยกเลิกใบเสร็จที่ออกไปแล้ว ได้อย่างไร
 พิมพ์ /14 ขั้นตอนการดาวน์โหลดไฟล์รายงานรับส่งอิเล็กทรอนิกส์
 พิมพ์ /15 หากต้องการยกเลิกหรือเพิกถอนเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ทรอนิกส์ สำหรับ หมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี และ หนังสือรับรองคดีถึงที่สุด
 พิมพ์ /16 กรณีต้องการแก้ไขข้อมูลคำพิพากษาในหนังสือรับรองคดีถึงที่สุด เช่น ชื่อโจทก์/จำเลย ผิด

 พิมพ์ /17 หากทนายื่นคำฟ้องมาผิดประเภทคดี ศาลสั่งให้เปลี่ยนให้ถูกต้องได้หรือไม่
 พิมพ์ /18 ขั้นตอนการสั่งซ้ำ/เพิกถอน
 พิมพ์ /19 กรณีที่ทนายยื่นคำร้องและแนบเอกสารไม่ถูกต้อง/ไม่ครบถ้วน เจ้าหน้าที่ศาลสามารถดำเนินการส่งคำร้องกลับไปยังทนายผ่านระบบได้หรือไม่
 พิมพ์ /20 การเข้าใช้งานระบบ e-Filing สำหรับอัยการ
 พิมพ์ /21 การเข้าใช้งานระบบ e-Filing สำหรับนิติกร
 พิมพ์ /22 เบอร์ติดต่อเจ้าหน้าที่ศาลส่วนกลาง
 พิมพ์ /23 สอบถามการยื่นฟ้องสำหรับประชาชนเป็นผู้ทำรายการ
 พิมพ์ /24 กรณีทนายยื่นใบแต่งผิดฝั่ง หรือยื่นเข้ามาเป็นทั้งทนายโจทย์และจำเลย และศาลมีคำสั่งอนุญาตเรียบร้อยแล้ว สามารถดำเนินการอย่างไร
 พิมพ์ /25 กรณีอัพโหลดเอกสาร เลือกหัวข้อประเภทเอกสารผิด สามารถแก้ไขได้หรือไม่
18
Tip Service / วิธีแก้ไข PDF แสดงผลไม่ถูกต้อง
« กระทู้ล่าสุด โดย admin เมื่อ 04/03/25 »
วิธีแก้ไข PDF แสดงผลไม่ถูกต้อง

1. Go to chrome://flags/.
2. Search for Make the text in PDF images interactable.
3. Disable it.

Now the Auto Extracting Text From PDF is disabled.
19
แนวปฏิบัติด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของสารสนเทศของสำนักงานศาล (ฉบับกระชับ + ฮาๆ)
เพื่อรักษาข้อมูลสำคัญของสำนักงานศาลให้ปลอดภัย และยังสร้างบรรยากาศผ่อนคลายในระหว่างบรรยาย ขอเสนอแนวปฏิบัติแบบง่ายๆ พร้อมมุกตลกคลายเครียดให้ทุกคนได้ยิ้มไปด้วย!

1. การจัดการข้อมูล
ข้อมูลลับ: เก็บข้อมูลสำคัญ เช่น คำพิพากษา หรือข้อมูลคดีในระบบที่ปลอดภัย
"ข้อมูลศาลต้องเก็บให้มิดชิดนะครับ ถ้าหลุดไปเดี๋ยวกลายเป็นซีรีส์ Netflix เรื่องใหม่แทน!"

การแบ่งสิทธิ์ (Access Control): ใครทำหน้าที่อะไร เข้าถึงได้เท่านั้น
"คิดจะเข้าถึงข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้อง ต้องขออนุญาตก่อน...แต่ถ้าจะเข้าถึงใจเรา ไม่ต้องอนุญาตนะครับ ยินดี!"

2. การใช้งานระบบและอุปกรณ์
อุปกรณ์ส่วนตัว: ห้ามใช้มือถือหรือโน้ตบุ๊กส่วนตัวเก็บข้อมูล
"บางคนบอกว่าใช้มือถือส่วนตัวดีกว่า...ผมว่าไม่ดีครับ ข้อมูลอาจปลอดภัย แต่รูปในมือถือคุณอาจจะไม่!"

ตั้งรหัสผ่าน: ใช้รหัสที่ซับซ้อน เช่น “Pa$$w0rd123”
"ตั้งรหัสให้ยากเหมือนแฟนงอน...คนอื่นจะได้เข้าไม่ได้!"

อัปเดตระบบ: ซอฟต์แวร์เก่าๆ เหมือนรองเท้าขาดครับ ใส่แล้วเดินอันตราย
3. การใช้งานเครือข่าย
เครือข่ายปลอดภัย: ใช้ Wi-Fi ของสำนักงานเท่านั้น
"Wi-Fi สาธารณะใช้ได้ แต่ระวัง! ใช้แล้วอาจได้ไวรัสเป็นของแถม แถมไวรัสนี้ IT รักษาไม่ได้นะครับ!"

VPN: ทำงานจากที่บ้านต้องมี VPN
"VPN ไม่ใช่ตัวย่อชื่อคนครับ แต่เป็น Virtual Private Network ใช้แล้วปลอดภัยเหมือนนั่งในห้องล็อกกุญแจ!"

4. การจัดการอีเมลและไฟล์
ระวังอีเมลปลอม: อีเมลไหนน่าสงสัย อย่าเผลอคลิก
"อย่าคลิกสุ่มสี่สุ่มห้านะครับ เดี๋ยวข้อมูลศาลจะปลิว...เหมือนเงินเดือนปลิวตอนต้นเดือน!"

ส่งข้อมูลอย่างปลอดภัย: ใช้การเข้ารหัสข้อมูลก่อนส่ง
"การส่งข้อมูลต้องปลอดภัยนะครับ ถ้าส่งผิดคน เดี๋ยวเรื่องในศาลจะกลายเป็นเรื่องในข่าว!"

5. การสำรองข้อมูล
สำรองข้อมูล: เก็บข้อมูลสำคัญไว้ในที่ปลอดภัย
"อย่ารอให้ข้อมูลหายแล้วค่อยมาสำรองนะครับ เพราะวันนั้นคุณอาจร้อง...สำรองไม่ได้แล้ว!"

ทดสอบการกู้คืน: สำรองแล้วอย่าลืมลองกู้คืน
"เหมือนรักแท้ครับ สำรองไว้ แต่ต้องทดสอบว่าคืนได้จริง!"

6. การบริหารจัดการบุคลากร
อบรมพนักงาน: อบรมเรื่องความปลอดภัย
"พนักงานอบรมแล้วต้องใช้ได้จริงนะครับ ไม่ใช่อบรมไปเล่นมือถือไป เหมือนประชุมซูมที่เปิดกล้องแต่คนจริงไม่อยู่!"

จัดการสิทธิ์การเข้าถึง: หากมีการลาออก ต้องรีบเพิกถอนสิทธิ์
"ลาออกแล้วไม่ถอนสิทธิ์ เดี๋ยวข้อมูลจะโดนสวมรอยเหมือนในละครช่อง 7!"

7. การตอบสนองเหตุการณ์
รายงานเหตุผิดปกติ: หากพบสิ่งผิดปกติในระบบ ให้รีบแจ้ง IT
"อย่ารอจนระบบล่มแล้วถึงมาแจ้งนะครับ เพราะตอนนั้นคนช่วยจะบอกว่า ‘ช่วยไม่ได้จริงๆ!’"

แผนฉุกเฉิน: ซ้อมรับมือเหตุการณ์ฉุกเฉินเสมอ
"อย่าซ้อมแบบทำไปทีนะครับ เดี๋ยวพอเกิดเหตุการณ์จริงจะเหมือนนักมวยขึ้นเวทีแต่ลืมใส่นวม!"

สรุป
“ปกป้องข้อมูล - ใช้ระบบปลอดภัย - ระวังภัยไซเบอร์”
และอย่าลืม...

"ดูแลข้อมูลให้ดีเหมือนดูแลแฟนครับ เพราะถ้าหลุดไป...ตามกลับมาอาจไม่ได้ทั้งคู่!"
20
แน่นอน! นี่คือแนวปฏิบัติด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของสารสนเทศสำหรับสำนักงานศาลแบบกระชับและเข้าใจง่าย:

การควบคุมการเข้าถึงข้อมูล

จำกัดการเข้าถึงข้อมูลเฉพาะผู้ที่มีสิทธิ์เท่านั้น

ใช้ระบบยืนยันตัวตน เช่น รหัสผ่านหรือ biometrics

การรักษาความลับของข้อมูล

ไม่เปิดเผยข้อมูลสำคัญแก่บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้อง

ใช้การเข้ารหัสข้อมูลเมื่อส่งหรือจัดเก็บข้อมูลสำคัญ

การป้องกันมัลแวร์

ติดตั้งและอัปเดตซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัส

ไม่เปิดไฟล์หรือลิงก์ที่ไม่รู้จัก

การสำรองข้อมูล

สำรองข้อมูลสำคัญเป็นประจำ

เก็บสำเนาข้อมูลในที่ปลอดภัยและแยกต่างหาก

การฝึกอบรมและสร้างความตระหนัก

จัดการอบรมเรื่องความปลอดภัยทางไซเบอร์ให้กับพนักงาน

สร้างวัฒนธรรมการรักษาความปลอดภัยข้อมูลในองค์กร

การตรวจสอบและประเมินความเสี่ยง

ประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัยข้อมูลเป็นประจำ

ปรับปรุงมาตรการป้องกันตามความจำเป็น

การจัดการเหตุฉุกเฉิน

มีแผนตอบสนองต่อเหตุการณ์ความปลอดภัยข้อมูล

ทดสอบและปรับปรุงแผนเป็นประจำ

การปฏิบัติตามแนวทางเหล่านี้จะช่วยให้สำนักงานศาลสามารถรักษาความมั่นคงปลอดภัยของสารสนเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หน้า: 1 [2] 3 4 ... 10