ข่าว:

SMF - Just Installed!

กระทู้ล่าสุด

#11
Forex / @AOF Unlock สรุป ความสัมพันธ์ ...
กระทู้ล่าสุด โดย banrong - มกราคม 08, 2026, 10:50:51 ก่อนเที่ยง
@AOF Unlock สรุป ความสัมพันธ์ TF
1. ความสัมพันธ์ TF มีจุดเช็ค TF ใหญ่อยู่ตรงไหน ดูว่า ตอนนี้มีรอบอะไรที่เหลืออยู่ เช่น วันนี้มีรอบ Week เหลืออยู่ เป็นเป้า แต่ตอนนี้ TF เล็กลงมาไม่มีรอบ Day ถ้าจะเบรค ต้องเบรคเป็นแท่งแดงกรณีที่ จะเบรค ขา Buy และ เบรกเป็นแท่งเขียว กรณีที่เป็นขา Sell
2. หลังจากที่พักตัว วงจรพักตัว จะชอบมีการเกิด เฟคซิค ให้ดูกรอบ SW ของ TF ที่เล็กลงมา ว่าจะยืนกรอบได้ไหม รอการคอนเฟิร์มเต็มแท่ง โดจบชั่วโมง ให้เงื่อนไขของเวลาในการดู กรอบ SW
3. วงจร คือ Sig TP พักตัว SW
แต่ ความสัมพันธ์ TF มี 2 แบบ
3.1 ชุดสร้าง 3.2 ชุดรันเทรน
3.1 ชุดสร้าง
ชุดที่เป็น sig แล้วและคอนเฟิร์มใส้หลัง sig แล้ว คือจบ ชั่วโมง หรือจบวันใน Day หรือจบสัปดาห์ใน week  ทุกแท่งจะต้องมีการย้อนเก็บบอดี้ การย้อนเก็บบอดี้จะต้องไม่แตะใส้หลัง sig เพื่อพาไปต่อ จะเก็บบอดี้ถึงไหนให้ดู TF ที่เล็กลงมา
3.2 ชุดรันเทรน
PA ชุดที่ 2 ที่ ทำให้ sig ตัวนั้นทำงาน H1 เป็น PA Buy จบชั่วโมง คอนเฟิร์มแล้ว รันขึ้นไป แล้วพักตัว ทำให้เกิด sig อีกชุด รันไปต่อ ทำให้ H4 เปิดเป็น Pa และมี sig ใน H1 เกิด ทำให้ H4 สามารถวิ่งรอบ TF  ถ้า H4 จะเป็น TP2 H1 จะต้องทำ Pa เพื่อดึงให้ H4 ขึ้นไปรอบ TP และ ทำให้ Day เป็นรอบ เพื่อไปรอบ TP 1 กรณีที่จะไปได้ต้องมี TF ใหญ่ค้ำรอบ คือรอบที่ คอนเฟิร์มใส้หลัง sig แล้ว ถึงจะสามารถ รันเทรนได้

4. แต่การรันจะต้องไปตามวงจร กรณีที่เกิด sig TP พักตัว และจะต้องสร้างกรอบ SW หลังจากสร้างกรอบ SW แล้ว จะมี sig ที่เกิดในกรอบ เพื่อพารันไปต่อ ในรอบที่เหลือ แต่ถ้า วิ่งเกินรอบไม่มีเบรก เราจะไม่รู้เลยว่าจะเบรกเมื่อไร ให้เก็บรอบ 100% และรอบตึง แค่นั่นพอเลย แต่ Week จะไปรอบที่เหลือได้ จะต้องให้ Day สร้าง sig ชุดใหม่เพื่อพาขึ้นไป

ถ้าจะไปต่อ TF ต้องพักตัว และสร้าและสร้าง sig ชุดใหม่เพื่อไปต่อ ในการรันเทรน
Credit: พี่กิ๊ฟ
#12
Forex / ต่อ: #วิธีหากรอบพ่อชล
กระทู้ล่าสุด โดย banrong - มกราคม 08, 2026, 10:10:09 ก่อนเที่ยง
1) เช็กลิสต์ดูกราฟ XAUUSD ทีละขั้น

เปิดกราฟแล้วดูตามนี้ ห้ามข้ามขั้น

STEP 1 : ดู "กรอบใหญ่สุดก่อน" (กำหนดทิศทางหลัก)

TF : Week → Day

ถามตัวเอง 3 ข้อ

ตอนนี้ Week / Day

อยู่ในรอบ "วิ่ง" หรือ "พัก" หรือ "SW"

วิ่งครบ TP หรือยัง

มีแรงค้ำจาก TF ใหญ่ไหม

กติกา

ถ้า Week / Day ยังวิ่งไม่ครบ → เน้นเล่นตามเทรนด์

ถ้า Week / Day ครบแล้ว → ระวัง SW / พักตัว

❌ ห้ามหาจุดเข้าใน TF เล็ก ถ้ายังไม่รู้ข้อสรุปข้อนี้

STEP 2 : ตรวจ H4 ว่า "ส่งหรือพัก"

TF : H4

ดูว่า H4 ตอนนี้

กำลังวิ่งตาม Day

หรือพัก / SW หลังครบรอบ

สังเกต

มีการยก Low / กด High หรือไม่

H4 ทำ sig ต่อเนื่อง หรือเริ่ม fail

สรุป

H4 ยังส่ง → ยังมีไม้ให้เล่น

H4 พัก → อย่าไล่ราคา

STEP 3 : เช็ก "กรอบ SW" ที่ราคาอยู่จริง

TF : H1 / M30

ถามตัวเอง

ตอนนี้ราคาอยู่ในกรอบ SW ไหม

กรอบกว้างหรือแคบ

ขอบบน / ขอบล่างอยู่ตรงไหน

📌 จำให้ขึ้นใจ

"ไม้สวยของทอง เกิดจากกรอบ SW เสมอ"

STEP 4 : ดูพฤติกรรมในกรอบ SW

TF : H1

ดูว่าในกรอบ

ยกฐานราคาขึ้นไหม

High ต่ำลงไหม

มี TF ใหญ่ค้ำฝั่งไหน

ตรงนี้คือ

การอ่านว่า "ใครเริ่มได้เปรียบ"

STEP 5 : รอ "สัญญาณในกรอบ" ก่อนเสมอ

TF : H1 / M15

ต้องเห็น

PA ชัด

sig เกิด "ในกรอบ"

ไม่ใช่ไปเกิดนอกกรอบ

❌ ถ้าไม่มี sig ในกรอบ = ยังไม่เข้า

STEP 6 : เข้าเมื่อ "หลุดกรอบ SW"

TF : M15 / M5

เข้าเมื่อ

ราคาเบรกกรอบ

ทิศเดียวกับ TF ใหญ่

sig ส่งจากในกรอบ

SL วาง

หลังกรอบ

หรือหลัง PA ที่ทำให้เบรก

2) Flow ดูกราฟก่อนเข้าออเดอร์ (จำเป็นลำดับเดียว)

ใช้ Flow นี้ทุกไม้
ถ้าติดข้อไหน → หยุด

Week / Day อยู่รอบวิ่งไหม?
        ↓
H4 ยังส่งแรงอยู่หรือพัก?
        ↓
ราคากำลังอยู่ในกรอบ SW หรือไม่?
        ↓
ในกรอบมีฝั่งได้เปรียบชัดไหม?
        ↓
มี sig เกิดในกรอบหรือยัง?
        ↓
ราคาเบรกกรอบแล้วหรือยัง?
        ↓
เข้าออเดอร์


📌 ถ้าข้ามขั้นใดขั้นหนึ่ง
= เข้าไม้จากอารมณ์ ไม่ใช่ระบบ

3) หมายเหตุเฉพาะ XAUUSD (สำคัญมาก)
1) ทอง "หลอกใน SW บ่อย"

อย่ารีบเข้าแค่เพราะไส้ยาว

รอ "เบรกจริง + sig จริง"

2) ทองพักสั้น แต่หลอกถี่

H1 / H4 ชอบพัก 300–500 จุด

ถ้าจะพักลึก ต้องเห็น PA กลับตัวชัด

3) อย่าเล่นสวน TF ใหญ่

สวนได้เฉพาะไม้สั้น

แต่สำหรับระบบนี้ → เล่นตามรอบเท่านั้น
#13
Forex / ต่อ: #วิธีหากรอบพ่อชล
กระทู้ล่าสุด โดย banrong - มกราคม 08, 2026, 10:06:43 ก่อนเที่ยง
แนวคิด "ระบบเทรดแม่ปลาปากกาเขียว" (เวอร์ชันเข้าใจง่าย)

ก่อนอื่น สมมติว่าคุณ มีพื้นฐานแล้ว คือ

รู้จักกรอบราคา (SW / Sideway)

รู้ PA หลัก ๆ 4–5 รูปแบบ

รู้ว่ากราฟมีหลาย Timeframe (MN, W, D, H4, H1)

แต่สิ่งที่คนส่วนใหญ่ ยังขาด คือ

❝ ไม่รู้ว่าตอนนี้กราฟอยู่ "ช่วงไหนของชีวิต" ❞

ซึ่งสิ่งนี้เรียกว่า "วงจรชีวิตของกราฟ"

1. วงจรชีวิตกราฟ คืออะไร (พูดง่าย ๆ)

กราฟ ไม่ได้วิ่งตลอดเวลา
มันจะวนอยู่ 3 ช่วงใหญ่ ๆ เสมอ

วิ่ง (Trend / รอบวิ่ง)

พัก (Pullback / ย่อ)

สะสมพลัง (Sideway / SW)

ถ้าคุณ ไม่รู้ว่ากราฟอยู่ช่วงไหน
คุณจะเห็นสัญญาณเต็มกราฟ
แต่เข้าแล้ว ไม่ไปตามที่คิด

ไม่ใช่ระบบไม่ดี
แต่คุณเข้า ผิดช่วงของวงจร

2. เข้าใจ "Sideway (SW)" ให้ถูกก่อน

หลังจากกราฟ วิ่งครบเป้า (TP)
ราคาจะไม่ไปต่อทันที
แต่จะเข้าสู่ช่วง Sideway (SW) ก่อนเสมอ

ตัวอย่างการ "ครบรอบแล้วต้อง SW"

MN ครบ → Week จะ SW

Week ครบ → Day จะ SW

Day ครบ → H4 จะ SW

H4 ครบ → H1 จะ SW

สรุปง่าย ๆ
TF ใหญ่จบ → TF เล็กต้องพัก

3. ช่วง SW ไม่ได้แปลว่า "ห้ามเทรด"

สิ่งสำคัญคือ

❝ SW บอกเราว่า "ใครเริ่มได้เปรียบ" ❞

ระหว่างที่ราคา SW อยู่ในกรอบ
ให้สังเกตพฤติกรรม เช่น

ยกฐานราคาขึ้นเรื่อย ๆ

ทำ High ต่ำลง

มี TF ใหญ่ค้ำทิศทางอยู่

สิ่งนี้คือ สัญญาณล่วงหน้า
ว่ากราฟมีโอกาส ทะลุกรอบไปฝั่งไหน

📌 กฎสำคัญมาก

ทุกครั้งที่กราฟจะหลุดกรอบ SW
จะต้องมี "สัญญาณ (sig)" เกิดในกรอบก่อนเสมอ

4. ช่วง "รอบวิ่ง" คือช่วงทำเงินจริง

เมื่อกราฟ หลุดกรอบ SW แล้ว
นั่นคือเริ่มเข้าสู่ ช่วงวิ่งตามรอบ

ตรงนี้ให้ดูว่า

วิ่งแค่ TF เล็ก

หรือมี TF ใหญ่ค้ำอยู่ด้วย

ตัวอย่าง

H4 วิ่ง → ดูว่า Day หรือ Week ค้ำไหม

ถ้ามี = วิ่งได้ไกล

ถ้าไม่มี = วิ่งสั้น ๆ แล้วพัก

5. ความสัมพันธ์ของ Timeframe (เข้าใจข้อนี้ = อ่านกราฟขาด)

กราฟทุก TF สัมพันธ์กันเสมอ

สมมติ

กราฟกำลังวิ่งรอบ Day (เป้า 5,000–10,000 จุด)

ระหว่างนั้น

H1 และ H4 จะวิ่งย่อย ๆ ไปด้วย

พอ H1 / H4 ครบรอบ → จะพัก (SW)

แล้วทำรอบใหม่ → ส่งแรงต่อให้ Day

📌 บางครั้งจะเจอกรณี

"รอบใหญ่ครบ แต่ยังไม่จบ"

หมายถึง

Day ครบแล้ว

แต่ H4 / H1 ยังส่งแรงต่อ

ราคาจะยังไม่พักลึก

ต้องรอให้รอบเล็กจบก่อน

6. การพักตัวของกราฟ (สำคัญมาก)

หลังจากกราฟวิ่งครบ
ต้องพักเสมอ ไม่มีข้อยกเว้น

การพักมี 2 แบบหลัก

1) พักรอบปกติ

ประมาณ 300–500 จุด

ถ้าจะพักเกิน 1,000 จุด
ต้องมี PA กลับตัว + sig ฝั่งตรงข้าม
(อย่างน้อย TF H1 ขึ้นไป)

2) พัก 50%

คือ

ราคาพักครึ่งหนึ่งของสวิงใหญ่

ที่วิ่งมาจากกรอบ SW

และต้องมี sig พาไปจริง
ไม่ใช่พักมั่ว ๆ

7. หลังพักตัว → กราฟจะทำอะไรต่อ

เมื่อพักเสร็จ
กราฟจะค่อย ๆ
สร้างกรอบ SW ใหม่อีกครั้ง

แล้ววงจรจะเริ่มใหม่
SW → หลุดกรอบ → วิ่ง → พัก → SW

วนซ้ำแบบนี้ตลอด

สรุปสั้นที่สุด (จำแค่นี้ก่อน)

อย่ารีบเข้าเพราะเห็น sig

ถามตัวเองก่อนว่า

"ตอนนี้กราฟอยู่ช่วงไหนของวงจร?"

ถ้าเข้า ถูกช่วง
PA ธรรมดาก็ทำเงินได้

ถ้าเข้า ผิดช่วง
PA สวยแค่ไหนก็พัง
#14
Forex / ต่อ: #วิธีหากรอบพ่อชล
กระทู้ล่าสุด โดย banrong - มกราคม 08, 2026, 09:59:07 ก่อนเที่ยง
(ขยายความจาก สัมมนา กทม รังสิต)

ระบบเทรดแม่ปลาปากกาเขียว

รู้กรอบ
รู้ PA 5 รูปแบบแล้ว
รู้รอบวิ่งแต่ละ timeframe

สิ่งที่ขาดไม่ได้คือ "วงจรชีวิตกราฟ"

ถ้าคุณไม่รู้วงจรกราฟ คุณจะเห็น  pa หรือ sig เต็มไปหมดบนกราฟที่คุณดู แต่ใช่ว่าทุก pa หรือ sig ที่คุณเห็นตอนนั้นเขาจะวิ่งให้คุณทำกำไรได้ บางครั้งคุณจะเจอ sig ที่วิ่งไม่ครบรอบ ไม่ใช่ระบบใช้ไม่ได้ แต่เราแค่ไม่เข้าใจวงจรชีวิตกราฟแค่นั้นคับ

ช่วงที่ sw ราคาจะวิ่งในกรอบ sw หลังจากพักตัวจากการครบรอบTP  sig ก่อนหน้า 

ครบรอบ TP TF MN TF Week จะ SW
ครบรอบ TPTF Week TF Day จะ SW
ครบรอบ TP TF Day TF H4 จะ SW
ครบรอบ TP TF H4 TF H1 จะ SW

จนกระทั่งราคาจะเริ่มบอกสัญญาณฝั่งได้เปรียบในขณะวิ่ง sw ในกรอบ ว่ามีโอกาสทะลุไปฝั่งนั้น เช่น

การทำ sw  แบบยกฐานราคา , หรือทำ high ต่ำลง
มี รอบ TF ใหญ่ค้ำ

ทุกครั้งที่มีการหลุดกรอบ sw มักจะมี รอบ sig ส่งจากในกรอบก่อนเสมอคับ

ช่วงที่ราคาวิ่งตามรอบ คือช่วงที่ราคาวิ่งต่อเนื่องจากการหลุดกรอบ sw ขึ้นมาแล้ว ใช้ความสัมพันธ์ระหว่าง TF ดูรอบวิ่งให้หมดทุก tf  เช่น วิ่งครบรอบ h4  มีรอบใหญ่ Day หรือวีคค้ำรอบอีกหรือไม่

พฤติกรรมการวิ่งของกราฟสัมพันธ์กันระหว่างความสัมพันธ์ของ timeframe
รอบเล็กจะส่งไปรอบใหญ่เสมอ สมุมติราคาอยู่ระหว่างการวิ่งรอบ Day 5000-10000 ระหว่างนั้นราคาก็จะวิ่งรอบ h1 , h4 ไปด้วย หมดรอบ h1 h4 ก็จะพักตัว sw ตามวงจร ก่อน เพื่อทำรอบใหม่ส่งไปรอบ Day ต่อ

หรือครบรอบ TF Day แล้ว ยังมีรอบ TF h4 , h1 ส่งต่อไหม ที่เรียกกันว่า " รอบใหญ่ครบ แต่ไม่จบ " ต้องรอให้จบรอบเล็กถึงจะมีการพักตัวได้ไกล

ช่วงของการพักตัว จะเกิดขึ้นหลังรอบหมด ต้องมีการพักตัว

พักตัวมี 2 ระยะ คือ

พักตัวครบรอบ TP รอบปกติทั่วไป เริ่มต้น 300-500 จุด ถ้าจะพักได้มากกว่า 1000 จุดต้องมีการเบรกทำ pa กลับตัวทำ sig ฝั่งตรงข้าม tf h1 ขึ้นไป

และพักตัว 50% เป็นการพักครึ่งหนึ่งของ สวิง จาก sig ชุด ที่ส่งขึ้นมาจากกรอบ sw จนหมดรอบวิ่งทุก tf  และเบรกราคาฝั่งตรงข้ามได้ ราคาจะวิ่งพักตัวไปจุดพัก 50% ได้ ต้องมีรอบ sig พาไปได้เท่านั้น

หลังจากพักตัวจบ ราคาก็จะค่อยๆทำกรอบ SW

**** พอรู้คอนเซปวงจรกราฟคุณจะเข้าใจพฤติกรรมของกราฟมากขึ้น แน่นอนคุณจะเริ่มเห็นจุดเข้าที่ได้เปรียบ และรอจุดที่ใช่ให้ได้คับ

ทั้งหมดเป็นมุมมองส่วนตัว และเรียบเรียงจากประสบการณ์ของผมเอง เป็นคอนเซปของวงจรกราฟในความเข้าใจของตัวเองง่ายๆนะคับ

แล้วต่อไป ผมจะค่อยๆแชร์ แบบยกตัวอย่างเป็นภาพให้ พี่ๆได้เข้าใจมากขึ้น ตามหน้างานจริง

#ระบบเทรดแม่ปลาปากกาเขียว
Cr. เทรดเดอร์บ้านนอก (อาจารย์บอย)
#15
Forex / ต่อ: #วิธีหากรอบพ่อชล
กระทู้ล่าสุด โดย banrong - มกราคม 08, 2026, 09:58:29 ก่อนเที่ยง
 หลักการเบื้องต้นและการเรียนรู้ (สำหรับมือใหม่)


🎯 จุดเริ่มต้นของการเรียนรู้

เพื่อให้เทรดระบบ "แม่ปลา" ได้ง่ายและเร็ว

เราต้อง แยก–เรียนรู้–ทดสอบทีละอย่าง

💡 เข้าใจก่อนว่า "เราจะเทรดอะไร"

เช่น SIG H1 / H4

และต้องรู้ว่า "รออะไร เมื่อไร"


🧭 1. องค์ประกอบสำคัญที่ต้องเข้าใจ
🔹 Trend (เทรนด์)
Trend ชนะกรอบ
กรอบชนะ Signal

🔹 กรอบ (Range / Boundary)
กรอบนับยะ: xxx0 / xxx5
กรอบวัน: ราคาเปิด 7:00 ± 500 จุด
การยืนกรอบ / เบรคกรอบ
แนวรับแนวต้าน: (ซอก / ใต้ / คู่)
กรอบ Sideways = SW


🔹 PA (Price Action) & SIG (Signal)
รู้จัก PA 5 แบบ
PAT1: กินคนยัง (แท่งเดียว)
PAT2: กินยัก (กินแท่งก่อนหน้า ≥ 50%)
PAT3: มี 3 แท่ง, 1 ใน 3 กิน ≥ 50%


🧩 PA vs SIG ต่างกันยังไง
SIG + PA ใช้ดูได้ทุก Timeframe
H1 ถ้านับรอบไม่ได้ → ใช้เป็นสัญญาณกลับตัวเข้าเทรด
ต้องรู้พลังซิก + การนับรอบ TP
มีบางเงื่อนไขที่ "SIG ใช้ไม่ได้"

🔄 2. วงจรและท่าเทรด
รู้จักกรอบพักวิ่ง
รู้จักวงจรกราฟ:
SIG → TP → พักตัว → SW
ท่าเทรดหลัก 3 ท่าของแม่ปลา
ท่าเทรด Overlap (เบรคกรอบ)
รู้จักความสัมพันธ์ของ Body ในแต่ละ TF

💥 ท่าเทรดแรกที่รอหลัง TP ครบคือ "Overlap เบรคกรอบ"

📊 3. การเทรด SIG & SW
🔍 ตรวจความสมบูรณ์ของ SIG H4
ย้อนดู SIG H1 ที่ส่งให้เกิด H4
หลังซิกของ H1 ห้ามโดนทำลาย → ถ้าโดน = กลายเป็น SW, H4 ใช้ไม่ได้
บางที H4 วิ่งไม่ครบ อาจเข้ารอบ TP2 ของ Day

🧩 4. ตัวอย่างการใช้ "หลังซิก"

ตัวอย่าง:
SIG H4 วิ่ง Buy มาที่ TP1 = 1500 จุด

ถ้าจะ Sell ต้องเช็กก่อนว่า "หลังซิกของ H1"

โดนทำลายหรือยัง

✅ ถ้ายังไม่โดน และกลับตัวสร้าง SIG H1 ระหว่างพัก → โอกาสไปรอบ 3000 สูงมาก

⚙️ 5. สัญญาณในวงจร
"SIG น่าจะไปต่อ"
"SIG ที่หลุดครบรอบ = SW"
"เกิด SW หลังครบ TP"
"SIG ชน SIG → เกิดพักตัวเก็บก่อน SW"
"SIG ตรงข้ามหลังครบ TP และวิ่งครบรอบก่อนชน SIG"
"เกิด SW ก่อนพักตัว"
"SIG ชน SIG → ทำกรอบ SW
และ SIG ตรงข้ามหลุดจาก SW วิ่งครบรอบทางตรงข้าม"

🌀 6. เทรดในช่วง SW
ถ้า SIG วิ่งครบแล้ว → ขอ SW เก็บ (SIG ชน SIG) แล้วรอ SIG ออกกรอบ

รอบเล่นได้:
รอ SIG ครบรอบ TP แล้วเข้าสวนฝั่งเบรคกรอบ
ช่วง SW เล่นกรอบน้อย (0/5) ได้กำไร
ถ้าออก SIG แล้ว → ถือรอบตาม SIG


🧱 7. การเปลี่ยนจาก SW → SIG
สัญญาณเริ่มต้นคือ "SIG ชน SIG"
ถ้าจะเปลี่ยนจาก SW เป็น SIG ต้อง "ทะลุได้ + ทิ้งแผง"
เมื่อเกิด SIG ชน SIG ให้สลับมาเล่นกรอบ
หา H4 ที่ "ยืนกรอบทะลุ" → รอ SIG ทางนั้น
ถ้าไม่มี → รอ Overlap เบรคกรอบ

💡 8. รายละเอียดการเล่นกรอบ
SW H1 เล่น 300–600 จุด
SW H4 เล่น 600–1000 จุด
ใช้แนวรับ–แนวต้านประกอบ

เวลาเจอ "SIG ชน SIG"
เช็กรอบ TP ครบไหม
ถ้าครบ → ดู M5 / M1 เล่นเบรคกรอบ
ปรับฐานกรอบน้อย (0/5) เพื่อเทรดขวาง SIG
รอดูนับ SIG ต่อรอบ

💰 9. การจัดการและมุมมอง
จัดการทุนให้ดี
ตั้งเป้าหมายชัด
เลือกหน้าเทรดให้ได้เปรียบ

ปัญหาที่ทำให้เทรดไม่สำเร็จ
ไม่กล้าเทรด
เทรดแล้วไม่รู้ทางกราฟ
ไม่เข้าใจระบบจริงจัง

🧠 10. สิ่งที่ได้เรียนรู้

สาเหตุที่เทรดไม่กำไรมี 2 อย่าง
รู้ไม่มากพอ (เทคนิค + ตัวเอง)
รู้เยอะเกินแต่ "เข้าเทรดจัดไป" → Overtrading


📚 11. ระบบและแนวทางการเรียนรู้
เริ่มจาก SIG ก่อน แล้วค่อยฝึกกรอบ

ถ้าไม่เข้าใจ SIG → จะไม่เข้าใจกรอบและวงจรกราฟ
SIG ใช้ PA เป็นตัวตั้ง
ถ้าไม่เข้าใจ PA → เล่นกรอบไม่จบ
ใช้ PA นับรอบ / อ่านวงจรกราฟ
ถ้าไม่รู้รอบ → อ่านวงจรไม่ได้ → เทรดผิดหน้า

💬 ระบบแม่ ง่ายแต่ลึก ต้องค่อยๆ เก็บ ลองทีละส่วน

🔁 12. การเล่นรอบเพิ่มเติม
เล่นรอบได้เมื่อ:
รอบวิ่งหมดทุก TF แล้ว เบรคกรอบสวนเทรนด์
รอบวิ่งหมดทุก TF แล้ว ยืนกรอบตามเทรนด์

ใช้ PA หรือ "กรอบเงินของครูกล้า"
เพราะถ้าไม่เข้าใจ SIG กับ PA → เล่นกรอบไม่ได้

🎯 13. รูปแบบการออก (Take Profit)
วิธีออกหลายแบบ:
เข้ากรอบ → ออกกรอบ
ออกตามสัดส่วน RR (Risk/Reward)
SL 300 / TP 300 → 1:1
TP 600 → 1:2
ออกที่แนวรับ–แนวต้าน (ซอก / ใต้ / คู่)
ออกตามรอบ:
H1 = 1000
H4 = 1500–3000

✅ สรุปสุดท้าย

หาระบบที่เข้ากับเราให้เจอ
ไม่ต้องถือยาวก็ได้
ไม่มีผิด–ไม่มีถูก
ขอแค่ได้กำไร และคุมสัดส่วนความเสี่ยงได้
#16
Forex / #วิธีหากรอบพ่อชล
กระทู้ล่าสุด โดย banrong - มกราคม 08, 2026, 09:35:33 ก่อนเที่ยง
TF H4 เท่านั้นก่อน1ทุ่มปิดแท่งเกิดHIสูงสุดตีกรอบไว้1เส้น
หลังจาก1ทุ่มแล้วกราฟวิ่งไปเท่าไหร่ก็ปล่อยให้วิ่งไป
อีก1วันถัดไปตอน1ทุ่มถ้ากราฟเกิดทำHIใหม่ได้เกิน1,000จุด
ของHiตอน1ทุ่มของเมื่อวานให้นับเป็นกรอบถัดไป
แต่ถ้าหากไม่สามารถทำHIใหม่เกิน1,000จุดได้ให้ใช้HIเดิมของชุดเมื่อวาน
กรอบของพ่อชลคือHIใหม่ที่วิ่งเกิน1,000จุดในแต่ละวันตอน1ทุ่มที่ปิดแท่งของH4เท่านั้น(คือปลายใส้H4)
กรอบพ่อคือกองทุนEAที่ตั้งดักซื้อ/ขายมักเด้งกลับแรงหรือไปต่อแรง
#วิธีการใช้งาน
หากเกิดโดจิ/Pinที่เกิดใต้กรอบที่จบรอบวิ่งรอบ100%ที่หมดรอบวิ่งตึงของTFใหญ่โดยจบรอบชุดH4ชุดสุดท้ายปิดแท่งใต้กรอบโดยไม่แตะกรอบจะเป็นการกลับตัวและพักกลับลงมาแรง
รูปแบบPa+Sigที่เกิดขึ้นที่กรอบที่ครบรอบTpและเนื้อยืนกรอบหรือหลุดกรอบจะเป็นsigที่สมบูรณ์ที่ดีจะวิ่งได้ตามรูปแบบpaที่เกิดขึ้นได้ครบตามรอบวิ่ง100%
กรอบมีไว้เบรคการจบรอบการวิ่ง(โดยไม่แตะ)ใช้ได้ทั้งby/sell
กรอบหากเกิดpa/sigขึ้นที่กรอบคือsigที่จริงใจ(สังเกตการยืนกรอบ/หลุดกรอบ)
กรอบหากโดนแตะในขณะมีรอบวิ่งค้างอยู่ในTFใหญ่เค้าจะวิ่งไปต่อจนครบTp100%ได้
Pin /โดจิที่เกิดขึ้นที่ยืนกรอบหรือหลุดกรอบของH4เป็นหลัก( body run)สังเกตุการแตะที่ปลายใส้บนหรือล่างเป็นหลักในการคอนเฟิร์มทิศทางการวิ่งในรอบที่เหลือเท่านั้น(ถ้าแตะใส้บน/ล่าง=sw)
Cr. พี่เอื้อ (Aua)
#17
Forex / code mt5
กระทู้ล่าสุด โดย banrong - มกราคม 03, 2026, 02:20:10 หลังเที่ยง
//+------------------------------------------------------------------+
//|                                              SMC_Hybrid_EA.mq5   |
//|                        Copyright 2026 xAI Grok                   |
//|                                                                  |
//+------------------------------------------------------------------+
#property copyright "xAI Grok"
#property link      ""
#property version   "1.00"
#property strict
#property description "EA based on SMC Hybrid Demand Supply with 6 Checklists"

// Inputs
input int MagicNumber = 12345; // Magic Number
input double LotSize = 0.01; // Lot Size
input int Slippage = 3; // Slippage
input int StopLossPips = 50; // Stop Loss in Pips
input int TakeProfitPips = 100; // Take Profit in Pips
input int MaxZoneTouches = 2; // Max touches for unmitigated zone
input double FibLevel = 0.5; // Fibonacci 50% for Premium/Discount
input int ImbMinCandleSize = 20; // Min pips for Imbalance candle
input ENUM_TIMEFRAMES StructureTF = PERIOD_H1; // Timeframe for Market Structure
input ENUM_TIMEFRAMES EntryTF = PERIOD_M5; // Timeframe for Entry

// Buffers for zones
struct Zone {
   double high;
   double low;
   bool isDemand; // true for Demand, false for Supply
   int touches;
   bool mitigated;
};

Zone demandZones[10];
Zone supplyZones[10];
int demandCount = 0;
int supplyCount = 0;

// Global variables
double fibRetrace;

//+------------------------------------------------------------------+
//| Expert initialization function                                   |
//+------------------------------------------------------------------+
int OnInit() {
   // Initialize
   return(INIT_SUCCEEDED);
}

//+------------------------------------------------------------------+
//| Expert deinitialization function                                 |
//+------------------------------------------------------------------+
void OnDeinit(const int reason) {
   // Cleanup
}

//+------------------------------------------------------------------+
//| Expert tick function                                             |
//+------------------------------------------------------------------+
void OnTick() {
   if (!IsNewBar(EntryTF)) return;
   
   // Step 1: Detect Market Structure and Trend
   bool isBullish = IsBullishTrend();
   
   // Step 2: Identify Potential Zones on Structure TF
   IdentifyZones();
   
   // Step 3: Filter Zones with 6 Checklists
   for (int i = 0; i < demandCount; i++) {
      if (FilterZone(demandZones, true, isBullish)) {
         // Check for entry if price in zone
         if (Ask >= demandZones.low && Ask <= demandZones.high && isBullish) {
            OpenBuyOrder();
         }
      }
   }
   
   for (int i = 0; i < supplyCount; i++) {
      if (FilterZone(supplyZones, false, isBullish)) {
         // Check for entry
         if (Bid <= supplyZones.high && Bid >= supplyZones.low && !isBullish) {
            OpenSellOrder();
         }
      }
   }
}

// Function to check new bar
bool IsNewBar(ENUM_TIMEFRAMES tf) {
   static datetime lastBar = 0;
   datetime currentBar = iTime(Symbol(), tf, 0);
   if (currentBar != lastBar) {
      lastBar = currentBar;
      return true;
   }
   return false;
}

// Determine Trend (Checklist 4: Follow The Trend)
bool IsBullishTrend() {
   // Simple: Higher Highs and Higher Lows using Swing on Structure TF
   double hh = iHigh(Symbol(), StructureTF, iHighest(Symbol(), StructureTF, MODE_HIGH, 20, 1));
   double hl = iLow(Symbol(), StructureTF, iLowest(Symbol(), StructureTF, MODE_LOW, 20, 1));
   double prevHH = iHigh(Symbol(), StructureTF, iHighest(Symbol(), StructureTF, MODE_HIGH, 20, 21));
   double prevHL = iLow(Symbol(), StructureTF, iLowest(Symbol(), StructureTF, MODE_LOW, 20, 21));
   
   return (hh > prevHH && hl > prevHL);
}

// Identify Demand/Supply Zones (SMC Style: Last Base before strong move)
void IdentifyZones() {
   demandCount = 0;
   supplyCount = 0;
   
   for (int i = 1; i < Bars(Symbol(), StructureTF) - 1; i++) {
      // Find Base (consolidation): small candles
      if (MathAbs(iClose(Symbol(), StructureTF, i) - iOpen(Symbol(), StructureTF, i)) < ImbMinCandleSize * Point) {
         // Check if followed by strong move (IMB)
         if (iClose(Symbol(), StructureTF, i-1) - iOpen(Symbol(), StructureTF, i-1) > ImbMinCandleSize * Point) {
            // Demand zone
            if (demandCount < 10) {
               demandZones[demandCount].low = iLow(Symbol(), StructureTF, i);
               demandZones[demandCount].high = iHigh(Symbol(), StructureTF, i);
               demandZones[demandCount].isDemand = true;
               demandZones[demandCount].touches = 0;
               demandZones[demandCount].mitigated = false;
               demandCount++;
            }
         } else if (iOpen(Symbol(), StructureTF, i-1) - iClose(Symbol(), StructureTF, i-1) > ImbMinCandleSize * Point) {
            // Supply zone
            if (supplyCount < 10) {
               supplyZones[supplyCount].low = iLow(Symbol(), StructureTF, i);
               supplyZones[supplyCount].high = iHigh(Symbol(), StructureTF, i);
               supplyZones[supplyCount].isDemand = false;
               supplyZones[supplyCount].touches = 0;
               supplyZones[supplyCount].mitigated = false;
               supplyCount++;
            }
         }
      }
   }
}

// Filter Zone with 6 Checklists
bool FilterZone(Zone &z, bool isDemand, bool isBullish) {
   // Checklist 1: BOS / CHoCH
   if (!HasBOSorCHoCH(z)) return false;
   
   // Checklist 2: Imbalance (IMB)
   if (!HasStrongIMB(z)) return false;
   
   // Checklist 3: Liquidity / Inducement
   if (!HasLiquiditySweep(z)) return false;
   
   // Checklist 4: Follow The Trend
   if (isDemand && !isBullish) return false;
   if (!isDemand && isBullish) return false;
   
   // Checklist 5: Unmitigated Zone
   if (z.mitigated || z.touches > MaxZoneTouches) return false;
   
   // Checklist 6: Premium / Discount Zone
   if (!IsInDiscountPremium(z, isDemand, isBullish)) return false;
   
   return true;
}

// Checklist 1: Has BOS or CHoCH
bool HasBOSorCHoCH(Zone &z) {
   // Simplified: Check if zone break previous structure
   double prevSwingHigh = iHigh(Symbol(), StructureTF, iHighest(Symbol(), StructureTF, MODE_HIGH, 10, 1));
   double prevSwingLow = iLow(Symbol(), StructureTF, iLowest(Symbol(), StructureTF, MODE_LOW, 10, 1));
   if (z.isDemand && z.high > prevSwingHigh) return true; // BOS in uptrend
   if (!z.isDemand && z.low < prevSwingLow) return true; // CHoCH in downtrend
   return false;
}

// Checklist 2: Has Strong IMB
bool HasStrongIMB(Zone &z) {
   // Check for long candle after zone
   int shift = iBarShift(Symbol(), StructureTF, z.high, false);
   if (MathAbs(iClose(Symbol(), StructureTF, shift-1) - iOpen(Symbol(), StructureTF, shift-1)) > ImbMinCandleSize * Point) return true;
   return false;
}

// Checklist 3: Has Liquidity / Inducement
bool HasLiquiditySweep(Zone &z) {
   // Check for sweep of nearby high/low before reaching zone
   double nearbyHigh = iHigh(Symbol(), StructureTF, 5);
   double nearbyLow = iLow(Symbol(), StructureTF, 5);
   if (z.isDemand && Close[1] < nearbyLow) return true; // Swept low
   if (!z.isDemand && Close[1] > nearbyHigh) return true; // Swept high
   return false;
}

// Checklist 6: Premium/Discount (using Fib 50%)
bool IsInDiscountPremium(Zone &z, bool isDemand, bool isBullish) {
   // Draw Fib from recent swing
   double swingHigh = iHigh(Symbol(), StructureTF, iHighest(Symbol(), StructureTF, MODE_HIGH, 50, 1));
   double swingLow = iLow(Symbol(), StructureTF, iLowest(Symbol(), StructureTF, MODE_LOW, 50, 1));
   double mid = swingLow + (swingHigh - swingLow) * FibLevel;
   
   if (isBullish && isDemand && z.high < mid) return true; // Demand in Discount
   if (isBullish && !isDemand && z.low > mid) return true; // Supply in Premium
   if (!isBullish && !isDemand && z.low > mid) return true; // Supply in Premium
   if (!isBullish && isDemand && z.high < mid) return true; // Demand in Discount
   return false;
}

// Open Buy Order
void OpenBuyOrder() {
   double sl = Ask - StopLossPips * Point;
   double tp = Ask + TakeProfitPips * Point;
   int ticket = OrderSend(Symbol(), OP_BUY, LotSize, Ask, Slippage, sl, tp, "SMC Buy", MagicNumber, 0, Blue);
}

// Open Sell Order
void OpenSellOrder() {
   double sl = Bid + StopLossPips * Point;
   double tp = Bid - TakeProfitPips * Point;
   int ticket = OrderSend(Symbol(), OP_SELL, LotSize, Bid, Slippage, sl, tp, "SMC Sell", MagicNumber, 0, Red);
}

// Update touches and mitigated (call in OnTick or separate)
void UpdateZoneStatus() {
   // Logic to count touches and mitigate if broken
   // Omitted for brevity, add candle close check beyond zone
}
#18
ทั่วไป / ต่อ: บทบรรยาย เรื่อง “การใช้งา...
กระทู้ล่าสุด โดย banrong - ธันวาคม 28, 2025, 12:14:59 หลังเที่ยง
เรียนท่านผู้ฟังที่เคารพทุกท่าน
สวัสดีครับ/ค่ะ ท่านผู้พิพากษา ท่านเจ้าหน้าที่ศาล เพื่อนร่วมงาน และท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน
วันนี้ ผม/ดิฉันรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับมอบหมายจากท่านผู้อำนวยการศาลจังหวัดสงขลา ให้มาบรรยายในหัวข้อ "การใช้งานโปรแกรมและระบบเทคโนโลยีของศาล" ซึ่งเป็นหัวข้อที่ทันสมัยและสำคัญมากในยุคปัจจุบัน เพราะเทคโนโลยีได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงการทำงานขององค์กรยุติธรรมอย่างสิ้นเชิง จากที่เคยอาศัยเอกสารกระดาษและการเดินทางไปศาล วันนี้เราสามารถดำเนินการหลายอย่างได้ผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือเพียงเครื่องเดียว
การบรรยายวันนี้จะใช้เวลาประมาณ 30 นาที ผม/ดิฉันจะแบ่งเนื้อหาออกเป็นส่วน ๆ เพื่อให้ง่ายต่อการติดตาม ได้แก่

ความสำคัญของเทคโนโลยีในระบบศาลยุติธรรม
ภาพรวมระบบเทคโนโลยีหลักที่เราใช้ในศาลยุติธรรมไทย
การใช้งานระบบสำคัญ ๆ อย่างละเอียด พร้อมตัวอย่างจริง
ประโยชน์และผลกระทบต่อการทำงานของเรา
และปิดท้ายด้วยอนาคตของศาลดิจิทัล

เริ่มต้นกันเลยครับ/ค่ะ
ส่วนที่ 1: ความสำคัญของเทคโนโลยีในระบบศาลยุติธรรม
ท่านผู้ฟังครับ ในอดีต การดำเนินคดีในศาลต้องอาศัยเอกสารกระดาษจำนวนมหาศาล คู่ความต้องเดินทางมาศาลหลายครั้ง เจ้าหน้าที่ต้องจัดเก็บสำนวนในห้องเก็บเอกสารที่เต็มไปด้วยฝุ่นและพื้นที่จำกัด บางครั้งสำนวนหายหรือชำรุด ทำให้กระบวนการยุติธรรมล่าช้า
แต่ในยุคดิจิทัลปัจจุบัน สำนักงานศาลยุติธรรมได้เล็งเห็นถึงปัญหาเหล่านี้ จึงผลักดันนโยบาย "Digital Court" หรือ "ศาลดิจิทัล" อย่างจริงจัง เพื่อให้การอำนวยความยุติธรรม รวดเร็ว โปร่งใส สะดวก และเข้าถึงได้ง่ายสำหรับประชาชน
เทคโนโลยีไม่ใช่แค่เครื่องมือเสริม แต่กลายเป็นหัวใจหลักของการทำงาน ทำให้เราลดการใช้กระดาษ ลดเวลา ลดค่าใช้จ่าย และที่สำคัญคือ เพิ่มประสิทธิภาพในการพิจารณาคดี โดยเฉพาะในยุคที่คดีมีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกปี
ส่วนที่ 2: ภาพรวมระบบเทคโนโลยีหลักของศาลยุติธรรม
ระบบเทคโนโลยีของศาลยุติธรรมไทยในปัจจุบัน มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยสำนักเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานศาลยุติธรรม เป็นผู้ดูแลหลัก ระบบสำคัญ ๆ ที่เราใช้กันทั่วประเทศ รวมถึงที่ศาลจังหวัดสงขลาของเรา ได้แก่

ระบบบริการออนไลน์ศาลยุติธรรม (CIOS - Court Integral Online Service)
นี่คือระบบหลักที่รวมบริการออนไลน์หลายอย่างไว้ในที่เดียว เช่น การขอคัดถ่ายเอกสาร การขอรับรองคำพิพากษาถึงที่สุด การยื่นคำร้องต่าง ๆ และการติดตามสถานะคดี
ระบบยื่นคำฟ้องและส่งคำคู่ความอิเล็กทรอนิกส์ (e-Filing Version 3)
ระบบที่ช่วยให้ทนายความและประชาชนยื่นฟ้องคดีออนไลน์ได้ โดยไม่ต้องเดินทางมาศาล
ระบบติดตามสำนวนคดี (Tracking System)
ให้คู่ความ ทนายความ หรือแม้แต่ประชาชนทั่วไป สามารถตรวจสอบความเคลื่อนไหวของคดีได้แบบเรียลไทม์
ระบบการพิจารณาคดีทางออนไลน์ (Online Court หรือ VTR - Video Teleconference Room)
โดยใช้โปรแกรมอย่าง Google Meet หรือแพลตฟอร์มที่ศาลจัดเตรียม เพื่อสืบพยานหรือไต่สวนผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์

นอกจากนี้ยังมีระบบภายในอื่น ๆ เช่น ระบบอีเมลศาล (@coj.go.th) ระบบสมุดโทรศัพท์ภายใน (E-Phonebook) และระบบจัดการเว็บไซต์ศาล
ส่วนที่ 3: การใช้งานระบบสำคัญ ๆ อย่างละเอียด
มาดูการใช้งานจริงกันครับ/ค่ะ ผม/ดิฉันจะยกตัวอย่างระบบที่เราใช้บ่อยที่สุด
ก่อนอื่น ระบบ CIOS

เข้าใช้งานผ่านเว็บไซต์ https://cios.coj.go.th
ต้องล็อกอินด้วย ThaiD หรือบัตรประชาชนดิจิทัล เพื่อความปลอดภัย
ตัวอย่างการใช้งาน:
คู่ความหรือทนายความ สามารถขอคัดถ่ายเอกสารสำนวนคดีล่วงหน้าได้ โดยกรอกเลขคดี แล้วระบบจะแจ้งวันมารับเอกสาร
ขอรับรองคดีถึงที่สุด หรือยื่นคำร้องขอแรงทนายความ
ล่าสุด มีบริการยื่นประกันออนไลน์ และขอคำปรึกษาทางออนไลน์
ประโยชน์คือ ลดการเดินทางมาศาล ลดคิวรอ และเจ้าหน้าที่เราก็ทำงานสะดวกขึ้น


ต่อมา ระบบ e-Filing

เข้าใช้งานที่ https://efiling3.coj.go.th
สำหรับทนายความ: สามารถยื่นคำฟ้อง คำให้การ คำร้องต่าง ๆ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
สำหรับประชาชน: ในบางคดี เช่น คดีผู้บริโภค หรือคดีแพ่งบางประเภท สามารถยื่นฟ้องเองได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม
ขั้นตอนง่าย ๆ : ลงทะเบียน > อัปโหลดเอกสาร PDF > ชำระค่าธรรมเนียมออนไลน์ > ผู้พิพากษารับฟ้องทางอิเล็กทรอนิกส์
ที่ศาลจังหวัดสงขลา เราก็เริ่มใช้ระบบนี้มากขึ้น โดยเฉพาะคดีแพ่ง ทำให้สำนวนกระดาษลดลงอย่างเห็นได้ชัด

ระบบที่สาม Tracking System

เข้าผ่าน CIOS เช่นกัน
เพียงใส่เลขคดีดำหรือคดีแดง ก็เห็นสถานะคดีทั้งหมด เช่น นัดสืบพยานวันไหน คำสั่งศาลล่าสุดคืออะไร
ช่วยให้คู่ความไม่ต้องโทรมาถามเจ้าหน้าที่บ่อย ๆ และเราก็ตอบคำถามได้รวดเร็ว

และระบบที่สำคัญในยุคโควิดที่ยังหลงเหลืออยู่ การพิจารณาคดีออนไลน์

ที่ศาลจังหวัดสงขลา เรามีลิงก์เข้าห้องพิจารณาออนไลน์ และคู่มือการใช้ Google Meet
ผู้พิพากษา ทนายความ พยาน สามารถเข้าร่วมจากที่บ้านหรือสำนักงานได้
ตัวอย่าง: ในคดีที่ไม่ต้องตรวจพยานหลักฐานมาก สามารถสืบพยานออนไลน์ได้เลย ลดความเสี่ยงและประหยัดเวลา

ส่วนที่ 4: ประโยชน์และผลกระทบต่อการทำงาน
ระบบเหล่านี้ให้ประโยชน์มากมายครับ/ค่ะ

สำหรับประชาชนและคู่ความ: สะดวก รวดเร็ว เข้าถึงบริการได้ทุกที่ทุกเวลา ลดค่าเดินทาง
สำหรับทนายความ: ยื่นเอกสารได้ง่าย ไม่ต้องรอคิว
สำหรับเจ้าหน้าที่ศาลและผู้พิพากษา: ลดงานเอกสาร ลดพื้นที่เก็บสำนวน สามารถค้นหาข้อมูลคดีได้เร็ว ช่วยให้พิจารณาคดีได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
สำหรับองค์กร: โปร่งใส ตรวจสอบได้ ลดการทุจริต และที่สำคัญคือ สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลดิจิทัล

อย่างไรก็ตาม เราก็ยังมีอุปสรรค เช่น ผู้สูงอายุที่ไม่คุ้นเคยเทคโนโลยี หรือพื้นที่ห่างไกลที่อินเทอร์เน็ตไม่เสถียร ซึ่งเราต้องช่วยกันอบรมและสนับสนุน
ส่วนที่ 5: อนาคตของศาลดิจิทัล
ในอนาคตอันใกล้ ศาลยุติธรรมวางแผนพัฒนาให้เป็น Digital Court เต็มรูปแบบ เช่น

การพิจารณาคดีออนไลน์ในทุกขั้นตอน
การใช้ AI ช่วยวิเคราะห์คดีเบื้องต้น
Big Data เพื่อวิเคราะห์แนวโน้มคดีในพื้นที่ เช่น ที่สงขลา เราอาจเห็นข้อมูลคดีอาชญากรรมหรือคดีครอบครัวเพิ่มขึ้น เพื่อนำไปวางแผนป้องกัน
และการเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานอื่น เช่น อัยการ ตำรวจ กรมบังคับคดี

ผม/ดิฉันเชื่อว่า ถ้าเราทุกคนช่วยกันเรียนรู้และใช้งานระบบเหล่านี้อย่างเต็มที่ ศาลจังหวัดสงขลาของเราจะเป็นต้นแบบของศาลดิจิทัลที่ทันสมัยและอำนวยความยุติธรรมให้ประชาชนได้อย่างแท้จริง
ท่านผู้ฟังที่เคารพครับ/ค่ะ การเปลี่ยนแปลงอาจดูยากในตอนแรก แต่เมื่อเราคุ้นเคย เทคโนโลยีจะกลายเป็นเพื่อนคู่คิดที่ช่วยให้งานเราง่ายขึ้นมาก ผม/ดิฉันขอเชิญชวนทุกท่าน ลองเปิดใจใช้งานระบบเหล่านี้ดูนะครับ ถ้ามีข้อสงสัย สามารถถามทีม IT ของศาลเราหรือผม/ดิฉันได้ตลอดเวลา
ขอบคุณท่านผู้อำนวยการที่ให้โอกาส ขอบคุณทุกท่านที่สละเวลามารับฟัง หากมีคำถาม เชิญครับ/ค่ะ
(บทบรรยายนี้มีความยาวประมาณ 2,500-3,000 คำ เมื่ออ่านด้วยความเร็วปกติ จะใช้เวลาราว 25-30 นาที สามารถปรับเพิ่มตัวอย่างส่วนตัวหรือหยุดพักเพื่อถาม-ตอบเพื่อให้ครบ 30 นาทีพอดี)
#19
ทั่วไป / บทบรรยาย เรื่อง “การใช้งานโปรแ...
กระทู้ล่าสุด โดย banrong - ธันวาคม 28, 2025, 11:15:33 ก่อนเที่ยง
บทบรรยาย
เรื่อง "การใช้งานโปรแกรมและระบบเทคโนโลยีของศาล"

เรียน ท่านผู้อำนวยการศาลจังหวัดสงขลา
ท่านผู้พิพากษา
และเพื่อนข้าราชการศาลยุติธรรมทุกท่าน

ก่อนอื่น ผมขอขอบพระคุณท่านผู้อำนวยการศาลจังหวัดสงขลา
ที่ได้มอบหมายให้ผมมีโอกาสมาบรรยายในหัวข้อ
"การใช้งานโปรแกรมและระบบเทคโนโลยีของศาล"
ซึ่งถือเป็นหัวข้อที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการทำงานของศาลในปัจจุบัน

1. บทนำ : เทคโนโลยีไม่ใช่เรื่องไกลตัว (ประมาณ 5 นาที)

ในอดีต การทำงานของศาล
เริ่มจากกระดาษหนึ่งแผ่น
แฟ้มหนึ่งแฟ้ม
และขั้นตอนที่ต้องอาศัยเวลาเป็นหลัก

แต่ในวันนี้
ศาลไม่ได้ทำหน้าที่เพียง "พิจารณาพิพากษาคดี"
เท่านั้น
แต่ยังต้อง ให้บริการประชาชนอย่างรวดเร็ว โปร่งใส และตรวจสอบได้

สิ่งที่เข้ามาเป็น "ตัวช่วยสำคัญ" ก็คือ
เทคโนโลยีสารสนเทศ

เทคโนโลยี
ไม่ใช่สิ่งที่เข้ามาแทนคน
แต่เป็นเครื่องมือที่เข้ามา
ลดภาระ เพิ่มความแม่นยำ และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน

ถ้าเปรียบง่าย ๆ

"เทคโนโลยี คือ ผู้ช่วยที่ทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ไม่บ่น ไม่เหนื่อย และไม่ลืมขั้นตอน"

2. บทบาทของเทคโนโลยีต่อศาลยุติธรรม (ประมาณ 5 นาที)

ปัจจุบัน เทคโนโลยีของศาลยุติธรรม
ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับ 3 เรื่องหลัก คือ

ความรวดเร็ว
ลดระยะเวลาในการดำเนินงาน
ลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน

ความถูกต้องและปลอดภัย
ข้อมูลคดี ข้อมูลคู่ความ
ต้องถูกต้อง และมีระบบป้องกันข้อมูล

ความโปร่งใส ตรวจสอบได้
ทุกขั้นตอนสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้
ลดความผิดพลาดจากมนุษย์

3. ภาพรวมโปรแกรมและระบบเทคโนโลยีของศาล (ประมาณ 10 นาที)

ในส่วนนี้ ผมขอแบ่งออกเป็น กลุ่มระบบหลัก ๆ เพื่อให้เข้าใจง่าย

3.1 ระบบงานคดี (Case Management System)

ระบบงานคดี เป็นหัวใจของศาล
ตั้งแต่

การรับฟ้อง

การบันทึกข้อมูลคดี

การนัดพิจารณา

การจัดเก็บคำสั่ง คำพิพากษา

ข้อดีของระบบนี้ คือ

ลดการใช้เอกสารกระดาษ

ลดความผิดพลาดจากการคีย์ข้อมูลซ้ำ

ค้นหาข้อมูลย้อนหลังได้รวดเร็ว

จากเดิมที่ต้องเปิดแฟ้มหลายเล่ม
วันนี้ ใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีในการค้นข้อมูล

3.2 ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์

ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์
ช่วยให้การรับ–ส่งหนังสือราชการ
เป็นไปอย่างเป็นระบบ

ประโยชน์ที่เห็นได้ชัด คือ

ลดการสูญหายของเอกสาร

ตรวจสอบได้ว่า หนังสืออยู่ขั้นตอนใด

ลดเวลาในการส่งต่อเอกสาร

ที่สำคัญคือ
ทุกขั้นตอนมีร่องรอยทางระบบ
ช่วยเพิ่มความโปร่งใสในการทำงาน

3.3 ระบบการประชุมและการพิจารณาคดีทางไกล

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
เราคงคุ้นเคยกับ

การประชุมออนไลน์

การเบิกความทางไกล

การไต่สวนผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์

ระบบเหล่านี้
ช่วยลดข้อจำกัดด้านเวลา ระยะทาง และค่าใช้จ่าย
โดยเฉพาะในกรณี

ผู้ต้องขัง

พยานที่อยู่ต่างพื้นที่

ศาลยังคงยึดหลัก
ความยุติธรรม ความถูกต้อง และความน่าเชื่อถือ
เป็นสำคัญ แม้จะใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย

3.4 ระบบสนับสนุนอื่น ๆ

เช่น

ระบบการเงิน การคลัง

ระบบพัสดุ

ระบบทรัพยากรบุคคล

ระบบอีเมลและเครือข่ายภายในศาล

ระบบเหล่านี้
ช่วยให้การบริหารจัดการภายในศาล
เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

4. บทบาทของบุคลากรกับการใช้เทคโนโลยี (ประมาณ 5 นาที)

แม้เทคโนโลยีจะดีเพียงใด
แต่สิ่งสำคัญที่สุด คือ
ผู้ใช้งาน

ระบบจะมีประสิทธิภาพหรือไม่
ขึ้นอยู่กับ

การเรียนรู้

การใช้งานอย่างถูกต้อง

การปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง

ผมอยากฝากแนวคิดไว้สั้น ๆ ว่า

"เทคโนโลยีไม่ได้น่ากลัว
ที่น่ากลัว คือ การไม่เปิดใจเรียนรู้"

ทุกคนไม่จำเป็นต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน IT
แต่ควร

เข้าใจหลักการใช้งาน

ใช้อย่างระมัดระวัง

เคารพกฎด้านความปลอดภัยของข้อมูล

5. ความปลอดภัยของข้อมูล (ประมาณ 3 นาที)

ข้อมูลของศาล
ถือเป็นข้อมูลที่มีความสำคัญสูง
ทั้งข้อมูลคดี ข้อมูลบุคคล และข้อมูลราชการ

สิ่งที่ควรตระหนักเสมอ คือ

ไม่เปิดเผยรหัสผ่าน

ไม่ใช้โปรแกรมหรืออุปกรณ์ที่ไม่ได้รับอนุญาต

ระมัดระวังอีเมลหรือไฟล์ที่ไม่น่าเชื่อถือ

เพราะ ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อย
อาจส่งผลกระทบในวงกว้าง

6. สรุปและฝากข้อคิด (ประมาณ 2 นาที)

สุดท้ายนี้
เทคโนโลยีของศาล
ไม่ใช่เรื่องของระบบอย่างเดียว
แต่เป็นเรื่องของ
คน + ระบบ + การทำงานร่วมกัน

หากเราทุกคน

เปิดใจเรียนรู้

ใช้เทคโนโลยีอย่างถูกต้อง

และช่วยกันพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

ศาลจะสามารถ
ให้บริการประชาชนได้อย่าง
รวดเร็ว เป็นธรรม และน่าเชื่อถือ

ขอขอบพระคุณท่านผู้อำนวยการ
และทุกท่านที่ให้เกียรติรับฟัง
ขอบคุณครับ

ถ้าคุณต้องการ

🎤 เวอร์ชันพูดง่ายขึ้น สำหรับบรรยายไม่อ่านสคริปต์

📊 โครงสไลด์ PowerPoint 15–20 สไลด์

✂️ ย่อเหลือ 20 นาที หรือขยายเป็น 45 นาที

🎯 เติมตัวอย่างจริงของศาลจังหวัดสงขลา

บอกผมได้เลยครับ ผมปรับให้ตรงสไตล์คุณได้เต็มที่ 👍



บทบรรยาย:
**"การใช้งานโปรแกรมและระบบเทคโนโลยีของศาล

เพื่อการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมที่ทันสมัย"**

📌 บทนำ — โลกยุคดิจิทัลกับศาลไทย

เรียน ท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน

ในปัจจุบัน เทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในเกือบทุกมิติของชีวิตเรา รวมถึงกระบวนการยุติธรรมด้วย ศาลไทย — ซึ่งเป็นสถาบันสำคัญในการรักษาความยุติธรรม — ก็ได้ปรับตัวเพื่อให้บริการประชาชนได้อย่างรวดเร็ว ทันสมัย และเข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในยุคที่ข้อมูลและการติดต่อสื่อสารสามารถทำได้ผ่านระบบออนไลน์มากขึ้น

ศาลจังหวัดสงขลา — ในฐานะศาลชั้นต้นที่ทำหน้าที่พิจารณาคดีต่างๆ ของประชาชนในพื้นที่จังหวัดสงขลา — ก็เป็นหนึ่งในหน่วยงานที่ได้เริ่มนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เพื่อสนับสนุนงานตุลาการและงานบริการประชาชนอย่างจริงจัง

วันนี้ผมจะพาทุกท่านไปรู้จักกับระบบและโปรแกรมเทคโนโลยีที่ศาลใช้งานจริง พร้อมอธิบายว่าแต่ละระบบนั้นช่วยให้กระบวนการยุติธรรมมีประสิทธิภาพขึ้นอย่างไร

📌 1. ระบบยื่นคำฟ้องอิเล็กทรอนิกส์ (e-Filing)

เดิมที การยื่นคำฟ้องต้องทำด้วยกระดาษและเดินทางไปยังศาลด้วยตัวเอง แต่ปัจจุบันกระบวนการนี้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

💡 ระบบ e-Filing

เป็นระบบที่ช่วยให้ผู้ฟ้องคดีหรือทนายความสามารถ ยื่นคำฟ้องและเอกสารต่อศาลผ่านระบบออนไลน์ได้ 24 ชั่วโมง

ไม่จำเป็นต้องเดินทางมายื่นเอกสารที่ศาลอีกต่อไป

คู่ความสามารถอัปโหลดเอกสาร PDF เพื่อยื่นต่อศาลในหลายคดี เช่น คดีแพ่งบางประเภท

ศาลและฝ่ายผู้พิพากษาสามารถตรวจสอบเอกสารที่ยื่นเข้ามาได้ทันทีในระบบ

ช่วยลดภาระเรื่องการจัดเก็บกระดาษและพื้นที่เก็บสำนวนคดีภายในศาล
👉 ซึ่งศาลจังหวัดสงขลาก็ได้เปิดบริการระบบนี้สำหรับประชาชนและทนายความที่เกี่ยวข้องกับคดีต่างๆ ที่อยู่ในระบบ e-Filing ของศาลยุติธรรมแล้ว
sklc.coj.go.th

➡️ ข้อดีหลัก
✔️ ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง
✔️ ระบบเปิดให้ใช้บริการได้ตลอดเวลา
✔️ ลดความล่าช้าและกระดาษในการบริหารจัดการสำนวน

📌 2. ระบบบริการออนไลน์ศาลยุติธรรม (CIOS — Court Integral Online Service)

สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้ยื่นฟ้อง แต่ต้องการติดตามข้อมูลคดีของตน ระบบ CIOS มีประโยชน์มาก

💡 ระบบ CIOS

เป็น ระบบบริหารข้อมูลคดีออนไลน์ ของศาลยุติธรรม

ผู้ใช้ระบบสามารถ
🟢 ตรวจสอบสถานะคดี
🟢 ดูผลคำสั่ง ศาล นัดวันพิจารณา
🟢 ขอคัดสำเนาเอกสารคดีบางส่วน

ระบบรองรับการติดตามคดีโดยใช้หมายเลขคดีหรือข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

ผู้ใช้งานสามารถลงทะเบียนและเข้าถึงข้อมูลได้ด้วยบัญชีของตนเอง
👉 ระบบนี้ทำให้ประชาชนสามารถติดตามคดีของตนได้สะดวกมากขึ้น แม้จะไม่ได้มาศาลด้วยตัวเอง
cios.coj.go.th

➡️ ประโยชน์ที่สำคัญ
✔️ ผู้ใช้สามารถเข้าถึงข้อมูลคดีได้ทุกที่ทุกเวลา
✔️ ลดการร้องขอข้อมูลแบบเอกสารที่ต้องทำงานด้วยตนเอง
✔️ ช่วยให้ประชาชนมีส่วนร่วมติดตามคดีของตนอย่างมีประสิทธิภาพ

📌 3. การเชื่อมระบบและบริการอื่นๆ ของศาล (ภาพรวม)

ระบบ e-Filing และ CIOS เป็นเพียงส่วนหนึ่งของระบบเทคโนโลยีที่ศาลยุติธรรมพัฒนา โดยทั้งองค์กรได้พัฒนาแนวทางการเป็น ศาลดิจิทัล (D-Court/Digital Court) เพื่อรองรับ:

🔹 การให้บริการ e-Notice — ส่งหมายและแจ้งข่าวสารต่างๆ ผ่านระบบออนไลน์
🔹 ระบบติดตามสำนวน (Tracking) — ดูสถานะการดำเนินคดีแบบเวลาจริง
🔹 e-Payment — รองรับการชำระค่าธรรมเนียมศาลแบบออนไลน์
🔹 ระบบประชุมออนไลน์และ Video Conferencing — สัมมนาหรือพิจารณาคดีบางรูปแบบโดยไม่ต้องเดินทาง
🔹 การจัดเก็บเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (E-CMS) — ระบบจัดเก็บเอกสารดิจิทัลเพื่อใช้งานภายในศาล
✔️ ทั้งหมดนี้ไม่เพียงช่วยเพิ่มความสะดวกแก่ประชาชน แต่ยังช่วยให้ระบบตุลาการสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วและโปร่งใสมากขึ้น — ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาศาลยุคใหม่ของศาลไทย
Rouse

📌 4. ประสบการณ์จริงที่ศาลจังหวัดสงขลา

ศาลจังหวัดสงขลาได้เปิดระบบเหล่านี้ให้บริการจริงมาแล้ว โดยประชาชนและทนายความสามารถใช้งานทั้งระบบ e-Filing และระบบ CIOS เพื่อจัดการคดีของตน รวมทั้งติดตามสถานะคดีอย่างเป็นระบบ โดยไม่ต้องเข้ามาทำงานด้วยตนเองที่ศาลทุกครั้ง ซึ่งช่วยลดการเดินทางและแรงงานในการดำเนินคดีได้อย่างชัดเจน

📍 สำนักงานศาลจังหวัดสงขลา ตั้งอยู่ที่
👉 ถนนปลักท่า ตำบลบ่อยาง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา 90000
dir.sanook.com

📌 5. สรุป — เทคโนโลยีช่วยยกระดับกระบวนการยุติธรรมอย่างไร

ในช่วงเวลาที่เทคโนโลยีพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว เราไม่อาจปฏิเสธได้ว่า:

✨ ระบบดิจิทัลช่วยให้กระบวนการยุติธรรมเข้าถึงได้ง่ายและทั่วถึงยิ่งขึ้น
✨ ระบบอิเล็กทรอนิกส์ช่วยให้ผู้ใช้บริการไม่ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่าย
✨ ระบบออนไลน์ช่วยให้ข้อมูลคดีโปร่งใส และเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย

โดยศาลจังหวัดสงขลา — เช่นเดียวกับศาลอื่นๆ ทั่วประเทศ — ได้เริ่มนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้จริงเพื่อพัฒนางาน ตลอดจนรองรับการเปลี่ยนแปลงสู่ศาลดิจิทัลให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน

📌 บทส่งท้าย

ในฐานะที่พวกเราทุกคนอยู่ในยุคดิจิทัล การพัฒนาและการนำเทคโนโลยีมาใช้ในศาลยุติธรรมไม่เพียงเป็นทางเลือก แต่เป็นความจำเป็น เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมสะดวก รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และพร้อมตอบโจทย์สังคมยุคใหม่อย่างแท้จริง

ขอขอบพระคุณทุกท่านที่กรุณารับฟัง
และหวังว่าเนื้อหานี้จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาระบบและงานตุลาการของเราทุกคนครับ
#20
Forex / ในฐานะที่คุณเป็น ai ที่เชี่ยวช...
กระทู้ล่าสุด โดย banrong - ธันวาคม 20, 2025, 02:42:10 หลังเที่ยง
ในฐานะที่คุณเป็น ai ที่เชี่ยวชาญการเขียนโค้ด mql4 ในเวอร์ชั่นล่าสุด ฉันอยากให้คุณเขียนโค้ดตามความต้องการดังต่อไปนี้

1. สามารถ detect ได้ว่าตลาดตอนนี้อยู่ในสถานการณ์แบบไหน
2. ใช้กลยุทธ์แบบ grid trading
3. สามารถกำหนดกรอบการซื้อขายตามสถานการณ์ของตลาดในข้อที่ 1
4. สามารถออกคำสั่งซื้อได้ทั้ง buy และ sell
5. สามารถกำหนดปิดทำกำไรได้ 2 แบบคือ แยกแต่ละคำสั่งซื้อ หรือปิดทั้งหมดโดยรวม

จะ เอา มาเทรด  BTC  วัน เสาร์ อาทิตย์



ในฐานะที่คุณเป็น ai ที่เชี่ยวชาญการเขียนโค้ด mql5 ในเวอร์ชั่นล่าสุด ฉันอยากให้คุณเขียนโค้ดตามความต้องการดังต่อไปนี้

1. สามารถ detect ได้ว่าตลาดตอนนี้อยู่ในสถานการณ์แบบไหน
2. ใช้กลยุทธ์แบบ grid trading
3. สามารถกำหนดกรอบการซื้อขายตามสถานการณ์ของตลาดในข้อที่ 1
4. สามารถออกคำสั่งซื้อได้ทั้ง buy และ sell
5. สามารถกำหนดปิดทำกำไรได้ 2 แบบคือ แยกแต่ละคำสั่งซื้อ หรือปิดทั้งหมดโดยรวม


เอาแค่นี้ก่อนสำหรับ เวอร์ชั่นที่ 1


ผมเอาไปให้ claude, copilot และ grok เขียนดูครับ







ในฐานะที่คุณเป็น ai ที่เชี่ยวชาญการเขียนโค้ด mql4 ในเวอร์ชั่นล่าสุด ฉันอยากให้คุณเขียนโค้ดตามความต้องการดังต่อไปนี้

1. สามารถ detect ได้ว่าตลาดตอนนี้อยู่ในสถานการณ์แบบไหน
2. ใช้กลยุทธ์แบบ grid trading
3. สามารถกำหนดกรอบการซื้อขายตามสถานการณ์ของตลาดในข้อที่ 1
4. สามารถออกคำสั่งซื้อได้ทั้ง buy และ sell
5. สามารถกำหนดปิดทำกำไรได้ 2 แบบคือ แยกแต่ละคำสั่งซื้อ หรือปิดทั้งหมดโดยรวม

Step 1.ทำลาย Supply Zone ที่ส่งราคาลงมา BOS (Break Of Structure)
จุดเริ่มเทรด ไม่ใช่เข้าตอนกราฟลงหนักๆ แต่ต้องรอให้กราฟ Confirm ก่อน
ซึ่งสิ่งที่ต้องมองให้เห็นคือราคาวิ่งขึ้นไปทำลาย Supply ที่กดกราฟลงมาได้
นี่คือสัญญานแรกที่เจ้าตลาดจะสื่อว่า ''คน Sell ตายแล้ว''
เจ้าตลาดเริ่มเปลี่ยนหน้าเล่นจากการทุบเป็นการดันราคา
.
.
Step 2.ราคาปิดเหนือไส้ Supply Zone
แค่แหย่ไส้ไปถือว่ายังไม่ Confirm เพราะอาจจะเป็นแค่ Fake Breakout
ซึ่งสิ่งที่ต้องเห็นคือเนื้อเทียนต้องปิดยืนเหนือปลายไส้ Supply Zone เดิมให้ได้ แบบเต็มแท่ง
เป็นการบอกว่า ตลาดเอาจริงฝั่ง Buy แรงซื้อชนะแรงขายแบบเบ็ดเสร็จ
.
.
Step 3.ต้องย่อลงมาไม่ทำ Low ใหม่
สำหรับผมมองว่าขั้นตอนนี้คือกับดักจิตวิทยาครับ
จะมีคนอยาก Buy ตามเพราะกลัวตกรถ ตลาดจะย่อลงมาให้ปิดหนีหรือ SL
และจะมีคนกลัวว่ามันจะลงต่อ เลยเปิด Sell จากนั้นจะโดนลากขึ้นทันที
ซึ่งสิ่งที่ต้องเห็นในขั้นตอนนี้คือ การย่อต้องไม่หลุด Low เดิมเด็ดขาด
เพราะเจ้าตลาดทำการย่อราคาลงมาเพื่อสะสมของ ไม่ใช่ย่อเพื่อเปลี่ยนโครงสร้างแต่มันคือการยกฐานเพื่อเตรียมบิน
.
.
Step 4.ราคาดีดกลับที่ Demand Zone
แล้วเราจะเข้าเทรดตรงไหน?
สิ่งที่ต้องเห็นก่อนเข้าคือ ราคาย่อลงมาแตะ Demand Zone หรือโซนต้นกำเนิดแรงซื้อ ซึ่งเป็นต้นทุนของเจ้าตลาด แล้วเกิดอาการดีดกลับทิ้งไส้ (Rejection)
นี่คือโซนปลอดภัยเพราะเจ้าตลาดวางเงินไว้เป็นต้นทุน เป็นจุดที่ความเสี่ยงต่ำสุดและคุ้มค่าที่สุดในการ All in
.
.
Step 5.MACD Confirm
สิ่งที่ขาดไม่ได้คือการรอ Confirm จาก MACD
ซึ่งสิ่งที่เราต้องเห็นคือ กลับไปดูที่ MACD ด้านล่าง
ฝั่ง Buy MACD ต้องตัดขึ้น
ฝั่ง Sell MACD ต้องตัดลง
แปลว่าโมเมนตัมมาแล้ว เป็นสัญญานไฟเขียวจากราชาแห่งอินดิเคเตอร์ว่า เจ้าตลาดมาแล้ว ใครไม่ขึ้นรถ=ตกรถ
.
.
.
ถ้าไม่ทำลาย SZ... ไม่เล่น
ถ้าทำ Low ใหม่... ไม่เล่น
แต่ถ้ามาครบ 5 ข้อแบบนี้... มีบ้านขายบ้าน มีรถขายรถ (ล้อเล่นครับ 555) แต่ให้ "All-in" ด้วยความมั่นใจได้เลย
สูตรนี้สูตรเดียว... ทำเงินให้ผมมาแล้วหลายร้อยล้าน
วันนี้ผมเอามาให้คุณฟรีๆ... คุณจะเอามันไปเปลี่ยนชีวิตมั้ยขึ้นอยู่กับตัวคุณเอง
.