กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: 1 ... 3 4 [5] 6 7 ... 10
41
เครื่องถอดเทป ฟิลลิป vendor เค้ายังซัพพอร์ตอยู่ป่ะครับ หาไลน์ไม่เจอแล้ว
intelligent service ถอดเทป philip
0655791365
42
Forex / คำนวณล็อต Lot Size ใน Forex ยังไง ไม่ให้พอร์ตแตก
« กระทู้ล่าสุด โดย admin เมื่อ 27/01/25 »
การคำนวณ Lot size เป็นอีกหนึ่งพื้นฐานในการ Money Management ซึ่งปัจจัยหลักๆในการกดเทรดมีอยู่ 3 อย่าง คือ

เงินทุน หรือ Balance ในพอร์ต
เปอร์เซนต์ความเสี่ยงที่เรารับได้ เช่น 2%, 5%, 10%
ระยะ SL ของแผนนั้น
ซึ่งสูตรคำนวณในการออกล็อต คือ จำนวนล็อตที่กด = (Balance x เปอร์เซนต์ความเสี่ยง) / ระยะ SL


เช่น ถ้าเราเข้าเทรดทองที่ 1940 SL ที่ 1935 เมื่อคำนวณระยะกราฟ SL จะเท่ากับ 500จุด ถ้าพอร์ตของเราเป็น 1,000 เหรียญ รับความเสี่ยงได้ 5% จำนวน Lot ที่เราจะต้องกดจะเท่ากับ (1000 x 5%)/500 = 0.1 lot

แต่ถ้าเราเพิ่มระยะ SL เป็น 1000 จุด จะออก lot ได้ (1000 x 5%)/1000 = 0.05 lot

แสดงว่าถ้าเราวาง SL ไกลขึ้น ไม่ได้หมายความว่าความเสี่ยงเรามากขึ้น แต่เราใช้ความเสี่ยงเท่าเดิมโดยการออก lot ที่ลดลง

ถ้ามีพอร์ต 100 เหรียญ  SL 500 จุด รับความเสี่ยงได้ที่ 5% ของพอร์ต 100 เหรียญ  จะออก lot ได้ 0.01
ถ้าเกิดเราเพิ่มเป็น SL 800 จุด ถ้าคำนวณตามสูตรเราจะต้องออก lot เท่ากับ 0.006 แต่ 0.01 คือขนาด lot ที่เล็กที่สุดที่เราสามารถกดได้ เพราะฉะนั้นถ้าเรากด 0.01 โดยวาง SL 800 จุดจะกลายเป็นว่า SL ของเราเท่ากับ 8% ซึ่งมากกว่าความเสี่ยง 5% ที่เรารับได้

เพราะฉะนั้นถ้าให้แนะนำสำหรับใครเริ่มต้นปั้นพอร์ตควรเริ่มต้นที่ $300 ขึ้นไปจะทำให้การ Money Management ทำได้ง่ายขึ้น เพราะสามารถแบ่งไม้เข้าเทรด หรือแบ่งปิดก่อนได้  เพราะถ้า lot size ที่คำนวณได้คือ 0.01 เราจะไม่สามารถแบ่งไม้เข้าเทรดได้
43
Forex / Re: หนังสือ "เทรดอย่างไรให้ได้กำไรใน 20 นาที"
« กระทู้ล่าสุด โดย admin เมื่อ 26/01/25 »
หากอ้างอิงจากแนวทางของหนังสือ "เทรดอย่างไรให้ได้กำไรใน 20 นาที" เทคนิคที่สามารถนำไปใช้งานได้จริงจากเนื้อหาหลักของหนังสือมีดังนี้:


---

1. การเลือกช่วงเวลาในการเทรด

ช่วงเวลาที่ตลาดมีความผันผวนสูง:

ตลาดหุ้น: ช่วงเปิดตลาด (09:30-10:30 น.) และก่อนตลาดปิด (15:00-16:00 น.)

ตลาด Forex: ช่วงที่ตลาดยุโรปและสหรัฐฯ เปิดพร้อมกัน (ช่วงเย็นถึงดึกเวลาไทย)
เทคนิคนี้ช่วยให้คุณเน้นเทรดเฉพาะเวลาที่มีโอกาสทำกำไรมากที่สุด โดยไม่ต้องเฝ้าจอตลอดวัน




---

2. กลยุทธ์ Opening Range Breakout (ORB)

วิธีใช้งาน:

สังเกตกราฟในช่วง 15-30 นาทีแรกหลังตลาดเปิด

กำหนด "ช่วงราคาสูงสุด" และ "ช่วงราคาต่ำสุด" ในช่วงเวลานั้น

เมื่อราคาทะลุกรอบสูงสุด (Breakout) หรือหลุดกรอบต่ำสุด (Breakdown) ให้เปิดสถานะตามทิศทางนั้น

ตั้ง Stop Loss ไว้ใต้กรอบต่ำสุดหรือสูงสุดที่เพิ่งกำหนด
เหมาะสำหรับตลาดที่มีปริมาณซื้อขายสูงและมีแนวโน้มชัดเจน




---

3. การใช้เส้น Moving Average (MA)

เส้น MA ที่แนะนำ:

ใช้เส้น MA 10 วัน (ระยะสั้น) และ MA 50 วัน (ระยะกลาง)


สัญญาณเทรด:

ซื้อ: เมื่อ MA 10 ตัดขึ้นเหนือ MA 50 (Golden Cross)

ขาย: เมื่อ MA 10 ตัดลงต่ำกว่า MA 50 (Death Cross)
เทคนิคนี้ช่วยกรองสัญญาณเทรดในตลาดที่มีแนวโน้ม (Trending Market)




---

4. การตั้ง Stop Loss และ Take Profit

Stop Loss:

ตั้งจุดขาดทุนไว้ที่ 1-2% ของเงินทุนสำหรับการเทรดแต่ละครั้ง

หลีกเลี่ยงการปรับ Stop Loss ระหว่างเทรด (เพื่อลดอารมณ์ความโลภ)


Take Profit:

ตั้งกำไรเป้าหมายที่ 2-3 เท่าของความเสี่ยง (เช่น ถ้าความเสี่ยงคือ 100 บาท กำไรเป้าหมายควรเป็น 200-300 บาท)
เทคนิคนี้ช่วยควบคุมความเสี่ยงและรักษาผลกำไร




---

5. การเทรดตามแนวรับ-แนวต้าน (Support & Resistance)

วิธีใช้งาน:

หาจุดแนวรับ (ราคาต่ำที่มักมีแรงซื้อ) และแนวต้าน (ราคาสูงที่มักมีแรงขาย)

ซื้อ: เมื่อราคาขึ้นจากแนวรับด้วยปริมาณซื้อขายเพิ่มขึ้น

ขาย: เมื่อราคาลงจากแนวต้านหรือทะลุแนวรับ
เทคนิคนี้เหมาะกับตลาดที่มีการเคลื่อนไหวแบบ Sideway




---

6. การอ่านแท่งเทียนพื้นฐาน

แท่งเทียนสำคัญ:

แท่งเทียน "Hammer" หรือ "Pin Bar": สัญญาณกลับตัวจากขาลงไปขาขึ้น

แท่งเทียน "Engulfing": สัญญาณการเปลี่ยนทิศทางที่ชัดเจน
เทคนิคนี้ช่วยให้คุณวิเคราะห์การกลับตัวของตลาดได้ง่ายขึ้น




---

7. เทรดตามข่าว (News Trading)

วิธีใช้งาน:

ติดตามปฏิทินเศรษฐกิจ (Economic Calendar) เช่น การประกาศตัวเลข GDP, การปรับดอกเบี้ย ฯลฯ

เปิดสถานะตามแนวโน้มหลังข่าวออก (เน้นสินทรัพย์ที่มีปริมาณซื้อขายสูง)

ตั้ง Stop Loss ให้ห่างเพื่อป้องกันความผันผวน
คำเตือน: ต้องมีประสบการณ์ เนื่องจากตลาดอาจผันผวนสูงหลังข่าว




---

สรุป

เทคนิคที่แนะนำในหนังสือเล่มนี้ เน้นที่การเทรดระยะสั้นโดยใช้เครื่องมือพื้นฐาน เช่น เส้น MA, แนวรับ-แนวต้าน และการอ่านแท่งเทียน ควบคู่ไปกับการตั้ง Stop Loss ที่รัดกุม เหมาะสำหรับคนที่ต้องการความกระชับและมีเวลาเทรดจำกัด ลองเริ่มต้นจากกลยุทธ์ง่าย ๆ เช่น ORB หรือ MA แล้วปรับให้เข้ากับสไตล์ของคุณเอง!
44
Forex / หนังสือ "เทรดอย่างไรให้ได้กำไรใน 20 นาที"
« กระทู้ล่าสุด โดย admin เมื่อ 26/01/25 »
หนังสือ "เทรดอย่างไรให้ได้กำไรใน 20 นาที" เป็นหนังสือที่เขียนขึ้นเพื่อช่วยนักลงทุนหรือเทรดเดอร์ โดยเฉพาะคนที่มีเวลาไม่มากในการลงทุนรายวัน หรือที่เรียกว่าการเทรดแบบ Day Trading ซึ่งเป็นรูปแบบการซื้อขายที่เน้นทำกำไรในช่วงเวลาสั้น ๆ (เช่น ภายในวันเดียว)

เนื้อหาโดยรวม

หนังสือเล่มนี้มุ่งเน้นไปที่การให้กลยุทธ์และเทคนิคที่ใช้งานได้จริงสำหรับการเทรดในตลาดหุ้น ฟอเร็กซ์ หรือสินทรัพย์อื่น ๆ โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยให้ผู้อ่านสร้างผลตอบแทนที่ดีภายในระยะเวลาที่สั้นที่สุด โดยการวางแผนและใช้วิธีการที่เหมาะสมกับจังหวะของตลาด

ประเด็นสำคัญในหนังสือ

1. การวิเคราะห์ตลาดในเวลาอันสั้น
หนังสือเน้นการใช้เครื่องมือที่เรียบง่าย เช่น การวิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical Analysis) โดยเลือกเฉพาะเครื่องมือหรืออินดิเคเตอร์ที่สำคัญ เช่น

เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Averages)

รูปแบบกราฟแท่งเทียน (Candlestick Patterns)

เส้นแนวรับและแนวต้าน (Support and Resistance)



2. การบริหารความเสี่ยง
ผู้เขียนเน้นเรื่องการตั้งเป้าหมายกำไรและการจำกัดการขาดทุน (Stop Loss) อย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการขาดทุนหนัก


3. กลยุทธ์การเทรดระยะสั้น
มีการยกตัวอย่างกลยุทธ์ที่สามารถนำไปปรับใช้ได้จริง เช่น

การเทรดในช่วงเวลาเปิดตลาด (Opening Range Breakout)

การจับจังหวะช่วงข่าวเศรษฐกิจสำคัญ

การใช้รูปแบบกราฟในการหาสัญญาณซื้อ-ขาย



4. การจัดการเวลา
หนังสือเหมาะสำหรับคนที่ต้องการลงทุนแต่มีเวลาจำกัด โดยชี้ให้เห็นว่าคุณไม่จำเป็นต้องเฝ้าหน้าจอทั้งวัน เพียงแค่เลือกช่วงเวลาที่เหมาะสม (เช่น ช่วงตลาดมีความผันผวนสูง)


5. จิตวิทยาการเทรด
หนังสือยังกล่าวถึงความสำคัญของการควบคุมอารมณ์ เช่น ความโลภและความกลัว ที่อาจทำให้เกิดการตัดสินใจผิดพลาด



ข้อดี

หนังสือเขียนด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย แม้มือใหม่ก็สามารถติดตามได้

เน้นการปฏิบัติจริงมากกว่าทฤษฎี

มีตัวอย่างและคำแนะนำที่จับต้องได้


ข้อเสีย

อาจไม่ครอบคลุมสำหรับคนที่ต้องการเทรดระยะยาว (Long-Term Investment)

เทคนิคบางอย่างอาจต้องการประสบการณ์หรือการฝึกฝนเพิ่มเติม


สรุป

หนังสือเล่มนี้เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจการเทรดรายวัน (Day Trading) และกำลังมองหาวิธีสร้างผลกำไรในเวลาสั้น ๆ โดยเน้นเครื่องมือและกลยุทธ์ที่ไม่ซับซ้อน เหมาะสำหรับคนที่มีเวลาจำกัดหรือกำลังเริ่มต้นเรียนรู้ตลาดการเงิน

ถ้าคุณสนใจการบริหารเวลาและเทคนิคที่กระชับ หนังสือเล่มนี้น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคุณ!
45
ในบทความนี้ ผมจะพาคุณไปรู้จักกับ 10 คำสั่ง Prompt บน ChatGPT ที่ช่วยให้การทำ SEO ง่ายขึ้น ไม่ว่าคุณจะเป็นนักการตลาดดิจิทัล ผู้สร้างคอนเทนต์ หรือเจ้าของธุรกิจ คำสั่งเหล่านี้จะช่วยสร้างไอเดียหาคีย์เวิร์ด  ตรงเป้าหมาย และเพิ่มโอกาสในการติดอันดับใน Google อย่างมีประสิทธิภาพ

ChatGPT Prompt คืออะไร
ChatGPT Prompt คือ ข้อความหรือคำสั่งที่ผู้ใช้ป้อนเข้าไปใน ChatGPT เพื่อให้ระบบประมวลผลและสร้างคำตอบหรือเนื้อหาตามที่ต้องการ

คำว่า “Prompt” หมายถึงการกระตุ้นหรือการชี้นำ ซึ่งในกรณีของ ChatGPT คำสั่ง Prompt เป็นเหมือนคำแนะนำหรือคำถามที่ใช้ในการกระตุ้นให้ AI สร้างสรรค์เนื้อหาหรือคำตอบที่ตรงกับความต้องการของผู้ใช้มากที่สุด

คำสั่ง Prompt บน ChatGPT ที่ช่วยให้การทำ SEO ง่ายขึ้น มีดังนี้
1. ช่วยหา longtail keyword
ตัวอย่าง Prompt

สร้างตาราง longtail keyword 10 คำ สำหรับ กล้องวงจรปิด ตั้งชื่อคอลัมน์แรกเป็น ‘longtail keyword’ ตั้งชื่อคอลัมน์ที่สองเป็น ‘Search intent’

2. ช่วยตั้งชื่อเรื่องบทความให้ดูน่าสนใจ
ตัวอย่าง Prompt

ช่วยคิดชื่อเรื่องบทความเกี่ยวกับ ‘วิธีเลือกกล้องวงจรปิด’ ที่ดึงดูดความสนใจของผู้อ่านและทำให้บทความดูน่าสนใจ ขอ 10 ตัวอย่าง
แนะนำชื่อเรื่องบทความเกี่ยวกับ ‘วิธีเลือกกล้องวงจรปิด’ ที่เน้นการให้คำแนะนำแก่ผู้ที่ไม่เชี่ยวชาญเรื่องเทคโนโลยี
คิดชื่อเรื่องบทความที่เกี่ยวกับ ‘วิธีเลือกกล้องวงจรปิด’ ที่ทำให้ผู้อ่านรู้สึกว่าเป็นเรื่องสำคัญและเร่งด่วน

3. ช่วยหาคำขยายความของ Title
หลักการปรับแต่ง SEO พื้นฐาน คือการพยายามแต่ง Title ของแต่ละหน้าให้มีความแตกต่างกัน แต่บางทีหากเราจำเป็นต้องทำเนื้อหาเป็นร้อยหน้า เราก็จะเริ่มนึกคำใหม่ๆ ไม่ออก เราจึงสามารถใช้ Chatgpt ช่วยคิดคำขยายพวกนี้ได้


ตัวอย่าง Prompt

ช่วยคิด Power word กระตุ้น คนอยากคลิกเข้าไปอ่านบทความ สำหรับกลุ่มธุรกิจศัลยกรรมเสริมความงาม ที่เป็นภาษาไทย มา 50 คำ
ช่วยคิดคำที่บ่งบอกถึง “ผลลัพธ์ที่ต้องการ” ที่ลูกค้าจะได้รับในกลุ่มธุรกิจศัลยกรรมเสริมความงาม เน้นไปที่ด้านผิว 50 คำ
ช่วยคิดคำที่บ่งบอกถึง “ประโยชน์” ที่ลูกค้าจะได้รับในกลุ่มธุรกิจศัลยกรรมเสริมความงาม 50 คำ
ช่วยคิดคำที่บ่งบอกถึง “ประโยชน์ที่วัดผลได้” ที่ลูกค้าจะได้รับในกลุ่มธุรกิจศัลยกรรมเสริมความงาม เน้นไปที่ใบหน้า 50 คำ
ช่วยคิดคำ ที่ประกอบได้ด้วยคำว่า “แก้ปัญหา” + “ผลลัพธ์เชิงลบ” ที่ลูกค้าจะได้รับในกลุ่มธุรกิจศัลยกรรมเสริมความงาม 50 คำ
ช่วยคิดคำ ที่ประกอบได้ด้วยคำว่า “แก้ปัญหา” + “สิว” + “คำกระตุ้นให้คนอยากคลิก” ที่ลูกค้าจะได้รับในกลุ่มธุรกิจศัลยกรรมเสริมความงาม 50 คำ

4. ช่วยหา Blog topic idea + Search intent
เราสามารถสั่ง chatgpt ด้วยคำสั่งที่ละเอียดมากขึ้นได้ ยิ่งเราสั่งละเอียดเท่าไหร่ ผลลัพธ์ก็จะเฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้น

ตัวอย่าง Prompt

สมมุตว่าคุณเป็นนักการตลาดด้านอาหาร ช่วยหาไอเดียการทำบทความเกี่ยวกับ “คอลลาเจน” ให้แสดงผลเป็นตารางด้วยคอลัมน์เหล่านี้: Blog Title, Search Intent, Meta Description คอลัมน์ Blog Title ประกอบด้วยชื่อของบล็อก คอลัมน์ Search Intent ประกอบด้วยเจตนาของผู้ใช้เมื่อค้นหาข้อมูล แนะนํา Meta Description สําหรับคอลัมน์ Meta Description ทําให้เนื้อหามีประโยชน์ กระชับ และมีส่วนร่วม จํากัดผลงานของคุณไว้ที่ 10 ชื่อบทความเท่านั้น

5. ค้นหา Topic Questions
บางทีเรานึกไม่ออก ว่าสินค้าที่เราขาย มีคนตั้งคำถาม กับสิ่งเหล่านี้ว่าอะไรบ้าง เราก็สามารถใช้ chatgpt ช่วยหาคำถามพวกนี้ได้

ตัวอย่าง Prompt

สร้าง 10 คำถามที่คิดว่าผู้คนอยากรู้เกี่ยวกับ “อะโวคาโด”
สร้าง 10 คำถามที่คิดว่าผู้คนอยากรู้เกี่ยวกับ “กล้องวงจรปิด”
สร้าง 10 คำถามที่คิดว่าผู้คนอยากรู้เกี่ยวกับ “ประกันรถยนต์”

6. ช่วยคิด keyword cluster ให้กลุ่มคำที่ต้องการ
Google มองหาเว็บที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะเรื่อง การทำเนื้อหาให้เจาะจงเรื่องใดเรื่องนึงโดยเฉพาะ เป็นกลยุทธ์ SEO ที่ควรทำในปัจจุบัน การใช้ Keyword Cluster นี้จะช่วยให้เนื้อหาครอบคลุมทุกด้านที่ผู้สนใจบริการของเรา เพิ่มโอกาสในการดึงดูดผู้ใช้ที่ตรงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น

ตัวอย่าง Prompt

ช่วยคิด keyword cluster เกี่ยวกับบริการเสริมจมูก
ช่วยคิด keyword cluster เกี่ยวกับบริการรับจัดสวน

7. ช่วยสร้างโครงร่างเนื้อหาและบทสรุป
เครื่องมือ AI ทุกชนิด ไม่เหมาะกับการนำมาใช้เขียนบทความขนาดยาว เพราะ Google จะมีโปรแกรมที่เอาไว้ตรวจจับเนื้อหา AI โดยเฉพาะ แต่เราสามารถใช้ ChatGPT ช่วยคิดโครงร่างเนื้อหาได้

ตัวอย่าง Prompt

สร้างโครงร่างเนื้อหาสําหรับบทความเรื่อง “ออกแบบสวนหน้าบ้าน”
สร้างโครงร่างเนื้อหาสําหรับบทความเรื่อง “วิธีเลือกซื้อประกันชีวิต”

8. ค้นหาลิงก์ภายในเว็บ เพื่อเชื่อมโยงเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกัน
การใส่ลิงก์เชื่อมโยงเนื้อหาต้องทำให้เป็นธรรมชาติมากที่สุด และลิงก์เชื่อมโยงต่างๆ ไม่ว่าจะลิงก์ภายในหรือภายนอกต้องมีความสัมพันธ์กับเนื้อหาต้นทางด้วย

ตัวอย่าง Prompt

ฉันกำลังเขียนบทความเรื่อง [ใส่ topic หรือ keyword] คุณช่วยแนะนำลิงก์ภายในที่เกี่ยวข้องในเว็บ [ใส่ URL ของเว็บ] ได้ไหม
ฉันกำลังเขียนบทความเรื่อง Ai content คุณช่วยแนะนำลิงก์ภายในที่เกี่ยวข้องในเว็บ https://padveewebschool.com/ ได้ไหม

9. ช่วยค้นหา Knowledge Gaps ในแต่ละธุรกิจ
Knowledge Gaps ช่องว่างขององค์ความรู้ ที่อาจจะมีคนพูดถึงยังไม่เยอะ หรือพูดถึงยังไม่ละเอียดดีพอ เราสามารถค้นหาสิ่งเหล่านี้ แล้วนำมาพัฒนาคอนเทนต์ของเรา ให้ดียิ่งขึ้นได้

ตัวอย่าง prompt

ช่วยค้นหา Knowledge Gaps ในกลุ่มธุรกิจเสริมจมูก ให้หน่อย
ช่วยค้นหา Knowledge Gaps ในกลุ่มธุรกิจรับสร้างบ้าน ให้หน่อย

10. ใช้ ChatGPT ช่วยหา backlink
อยากทำ backlink แต่ไม่รู้จะไปหาที่ไหนดี เราก็สามารถให้ ChatGPT ช่วยแนะนำให้ได้เลย

ตัวอย่าง prompt

ช่วยแนะนำวิธีหา Backlink คุณภาพสูงสำหรับเว็บไซต์ธุรกิจในกลุ่มสุขภาพ พร้อมตัวอย่างเว็บไซต์ที่สามารถขอ Backlink ได้
ช่วยแนะนำกลยุทธ์การสร้าง Backlink สำหรับเว็บไซต์ [ระบุประเภทเว็บไซต์ เช่น อีคอมเมิร์ซ, บล็อก, เว็บไซต์ข่าว] เพื่อเพิ่มอันดับใน Google
ช่วยสร้างรายชื่อเว็บไซต์หรือแพลตฟอร์มที่สามารถทำ Guest Post เพื่อสร้าง Backlink สำหรับเว็บไซต์ในกลุ่มเอเจนซี่รับทำการตลาดออนไลน์”
ช่วยแนะนำวิธีหา Backlink จากเว็บบอร์ดหรือชุมชนออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาซอฟต์แวร์
ช่วยหาแหล่ง Backlink จากเว็บไซต์ที่มี Domain Authority สูงในกลุ่มการท่องเที่ยว พร้อมคำแนะนำในการติดต่อเพื่อขอ Backlink
อ่านเพิ่มเติม: วิธีซื้อ Guest Post เพื่อทำ backlink


สรุป
ChatGPT เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของ SEO โดยสามารถช่วยในกระบวนการต่างๆ ตั้งแต่การทำ keyword research การสร้างเนื้อหา การเขียน Meta Tags การหา backlink และการปรับปรุงเนื้อหาที่มีอยู่

แต่จุดเด่นของเขา เหมาะไปกับการหาไอเดีย เพื่อนำมาต่อยอดการทำคอนเทนต์ มากกว่าการคัดลอกเนื้อหาทุกอย่างที่ ChatGPT สร้าง แล้วนำมาใช้บนเว็บ เพราะมีความเสี่ยงในการโดน Google ตรวจจับเรื่องการใช้ AI ผลิตเนื้อหาจำนวนมากนั้นเอง
46
เทคนิคปั้นพอต Snowball ( ใช้ Bonus ของโบรคจะสบายขึ้นสำหรับคนเข้ามาใหม่ )
เริ่มแรกผมมี 300 USD ผมจะแบ่งเป็น 10 พอต พอตละ 30 USD
พอตแรก 30 USD ผมจะแบ่งเล่น 2 ไม้ SL ไม้ละ 15 USD ใช้ RR 1:2 ++
เทรดไปเรื่อยๆตามระบบสถิติจนกว่าจะครบ 100 USD
ครบ 100 USD  ผมจะแบ่งไม้เล่น 2 ไม้ SL ไม้ละ 50 USD ใช้ RR 1:2 เท่านั้น
( ที่ใช้ RR 1:2 เพราะ Winrate 1:2 จะมีโอกาศที่เราจะ TP เยอะกว่า 1:3 ตามหลังคณิตศาสตร์ )
ถ้ามันแหกแพ้ 2 ไม้ติดก็เริ่มใหม่ เพราะเรามีให้เล่นอีก 18 ไม้ ( 9x2 )
ทำไปเรื่อยๆเดี๋ยวก็ได้ 300 USD เองครับ
ใครอยากได้แบบคลิปทักมานะครับไม่แน่ใจว่ากลุ่มนี้แปะลิ้งค์ Youtube ได้มั้ย
47
ผมยังไม่สำเร็จ แต่ก็มีความคืบหน้าตลอด MM ผมใช้เวลาฝึกนานมาก กว่าจะทำใจยอมรับมันได้ ตอนนี้ผมฝึก rr ให้มันได้ 1:1.5 ทุกไม้ ผมเลิกคดหวัง win rate สวยหรู เอาแค่ สูงกว่า 50% และ rr 1:1.5 โดยหลักการแล้วต้องได้กำไร เราก็แค่ต้องฝึกจิตใจ ให้ยอมรับมันให้ได้

มีเป้าหมาย มีวินัย ไม่โลภเกินไป และทำอารมณ์ให้นิ่งที่สุด ส่วนตัวมีแค่นี้จริงๆครับ

ลองหาวิเคราะห์ฟังดูครับ ของฟรีมีอยุ่เหมือนกัน จะได้เป็นแนวทางได้

MM กับ มีระบบแก้ไม้ กำไรทุกวัน

ยังไม่ถึงขั้นที่เรียกว่าสำเร็จ แต่จากการผ่านตลาดมา
คุมให้ได้ 3 อย่างครับ
1.) MM จัดการทุน
2.)คุม RR ให้คงที่
3.)ใส่ใจเรื่องการยืนระยะ
ยังไงก็ต้องสำเร็จเข้าสักวันครับ

ทางลัดที่ง่ายที่สุดสำหรับผมคือ MM แล้ว เลิกโลภครับ เป้าผม 0.5-1 เปอร์ ต่อวัน โดยคุม DD ไม่ให้เกิน 5% Worst Case คัตลอสไม่เกิน 15% ครับ
ทำได้จริงเป็นปีละอยู่สบายไม่ลำบาก ถ้ามองกำไรน้อยก็วางแผน เอากำไรมาทบต้นทบดอก เอาจะได้สูงขึ้น แบบชิลๆ ไม่ฟุ้ง


ค้นหาให้พบ ว่ามันไปแค่จุดไหน..แล้วกลับตัวตรงไหน สั้นหรือยาวก็สำเร็จ



48
บทความนี้จะมาแนะนำอีกหนึ่ง policy ที่คิดว่าไอทีขององค์กรกำลังมองหาอยู่ ซึ่งก็คือวิธีสร้าง Group Policy เพื่อเปลี่ยนรูป Wallpaper หน้าจอเครื่อง Client ภายใต้ระบบ Domain Controller โดยให้ใช้รูปภาพเดียวกันทุกเครื่อง สำหรับองค์กรที่ใช้งาน Active Directory เพื่อควบคุมเครื่อง Client ภายในระบบ network ขององค์กร อาจจะเป็นรูป Logo บริษัท หรือ รูปภาพอื่นๆ ตามที่ต้องการ โดยทำได้ทั้ง Windows Server 2008 R2 / Server 2012 / R2 และ Server 2016 เหมือนกันครับ

วิธีการ Deploy Desktop Background Wallpaper using Group Policy
ก่อนอื่นก็เตรียมรูปภาพที่ต้องการนำไปใช้งานครับ แล้วทำการเปิกแชร์โฟลเดอร์ที่เก็บรูปภาพนั้นไว้ เพื่อที่จะนำไปใส่ในส่วนของ Policy โดยจะแนะนำใช้เป็น UNC path ที่ลิงก์จากเครื่อง DC นั้งเอง เช่น “\\Server\wallpaper\picture.jpg” เมื่อเตรียมเสร็จแล้วก็มาเริ่มสร้าง Policy เปลี่ยนรูป Wallpaper กันเลยครับ

ให้เปิด Group Policy Management จากนั้นที่หน้าต่างของ Group Policy Management Console ให้ทำการสร้าง GPO ขึ้นมาใหม่ โดยการคลิกขวาที่ Domain แล้วเลือก Create a GPO in this domain and link it here
Group Policy Management Console
กำหนดชื่อ GPO ที่สร้างใหม่ตามที่ต้องการ
Create a GPO in this domain and link it here
จากนั้นเราจะได้ GPO เพิ่มมาใหม่ ให้ทำการแก้ไข GPO ใหม่ โดยที่ GPO ให้คลิกขวา แล้วเลือก Edit

ที่หน้าต่าง Group Policy Management Editor ให้คลิกเลือก User Configuration > เลือก Administrative Templates > เลือก Desktop > เลือก Desktop อีกครั้ง > จากนั้นที่ช่องด้านขวาให้เปิด Desktop Wallpaper
Edit GPO Wallpaper


เลือก Enabled และที่ช่อง wallpaper name ให้ใส่ UNC Path ที่ได้เปิดแชร์รูปภาพไว้ แล้วเปลี่ยนค่า wallpaper style เป็น Fill

เมื่อเสร็จแล้วก็คลิก Ok แล้วก็ปิดหน้าต่างที่เปิดไว้ลงไปให้หมด
แค่นี้ก็เสร็จแล้วครับ จากนั้นก็ให้ทำการ update policy โดยใช้คำสั่ง gpupdate หรือ gpupdate /force ที่เครื่อง DC และส่วนที่ Client ถ้ายังไม่รีบใช้ ณ เดี๋ยวนั้นก็ให้รอเปิดเครื่องวันถัดไปก็จะได้รับ Policy เองอยู่แล้วครับ แต่ถ้าอยากจะทดสอบก็ให้ทำ update policy สักเครื่องก็พอ
49
7 ช่อง Youtube ไม่โชว์หน้า
แต่มีรายได้หลักแสนถึงหลักล้าน แบบต่อเนื่อง
.
จากการศึกษาและวิเคราะห์ช่อง Youtube นับร้อย ของ Awais นักการตลาดออนไลน์และนักเขียน ที่ค้นพบ 7 ประเภทช่องที่สร้างรายได้ดีที่สุดในปี 2024
.
สิ่งที่น่าสนใจคือ ยอดวิวที่สูงไม่ได้หมายถึงรายได้ที่สูงตาม เห็นได้จากช่องเกมที่มียอดวิว 500,000 วิว สร้างรายได้ 920 ดอลลาร์ ในขณะที่ช่องพัฒนาตัวเองที่มียอดวิวเพียง 45,000 วิว กลับสร้างรายได้ถึง 641 ดอลลาร์
.
เหตุผลเพราะค่าโฆษณา (CPM) ของแต่ละประเภทช่องไม่เท่ากัน โดยช่องเกมมี CPM เพียง 3.99 ดอลลาร์ต่อ 1,000 วิว ขณะที่ช่องพัฒนาตัวเองมี CPM สูงถึง 51.50 ดอลลาร์ต่อ 1,000 วิว ต่างกันถึง 15 เท่า
.
โดยสรุป 7 ประเภทของช่องที่ทำเงินได้ ดังนี้
.
1. ช่องข่าวและอัปเดตเกี่ยวกับ AI มาแรงที่สุด
.
ศักยภาพในการทำเงิน 10/10 คะแนน ความง่ายในการผลิต 10/10 คะแนน เฉลี่ย 10/10 คะแนน
.
ตัวอย่างช่อง The AI Grid รายได้ 660,000 บาทต่อเดือน ซึ่งเป็นช่องที่เพิ่งเปิดในปีที่ผ่านมาแต่เติบโตอย่างมาก ใช้สต็อกฟุตเทจและรูปภาพที่เกี่ยวกับ AI และแบรนด์ต่างๆ มาสร้างคอนเทนต์ เทรนด์ AI จะยังคงเติบโตและสร้างโอกาสอีกหลายปี
.
2. ช่องเล่าเรื่องธุรกิจและสารคดี รายได้สูง
เพราะเป็นคอนเทนต์ที่มีคุณค่า
.
ศักยภาพในการทำเงิน 10/10 คะแนน ความง่ายในการผลิต 8/10 คะแนน เฉลี่ย 9/10 คะแนน
.
ตัวอย่างช่อง Magnates Media และ Company Man รายได้ 895,000 บาทต่อเดือน แม้จะมีช่องใหม่ๆ ในนิชนี้ไม่มาก แต่เป็นคอนเทนต์ที่อยู่ได้นาน ถ้าทำได้ดีจะได้ยอดวิวตลอดไป ทั้งสองช่องใช้สต็อกวิดีโอ รูปภาพ และเนื้อหาจากอินเทอร์เน็ต มาเล่าเรื่องราวธุรกิจ ส่วนที่ยากที่สุดคือการหาเรื่องราวและเขียนสคริปต์ให้น่าสนใจ แต่สามารถใช้ AI อย่าง ChatGPT หรือ Bard ช่วยได้
.
3. ช่องสรุปหนังสือ ผลิตง่าย ใช้ AI ช่วยได้
มีเนื้อหาใหม่ๆ ให้ทำตลอด
.
ศักยภาพในการทำเงิน 7/10 คะแนน ความง่ายในการผลิต 10/10 คะแนน เฉลี่ย 8.5/10 คะแนน
.
ตัวอย่างช่อง Escaping Ordinary มีผู้ติดตาม 1.1 ล้านคน รายได้ 1,480,000 บาทต่อเดือน เปิดมา 5 ปี ส่วน Book Every Day เพิ่งเปิดไม่ถึง 2 ปี หนังสือใหม่ออกทุกวัน จึงมีเนื้อหาให้ทำไม่จำกัด Escaping Ordinary ใช้แอนิเมชันและการตัดต่อขั้นสูง แต่ Book Every Day ใช้แค่สต็อกฟุตเทจ สามารถใช้ ChatGPT ช่วยสรุปหนังสือ และ InVideo AI สร้างวิดีโอได้
.
4. ช่องเล่าเรื่องประวัติศาสตร์ รายได้ดี
แถมยังเป็นคอนเทนต์ที่ดูได้ตลอด
.
ศักยภาพในการทำเงิน 8/10 คะแนน ความง่ายในการผลิต 8/10 คะแนน เฉลี่ย 8/10 คะแนน
.
ตัวอย่างช่อง Alternative History Hub มีผู้ติดตาม 2 ล้านคน รายได้ 3,891,000 บาทต่อเดือน เปิดมา 11 ปี แต่นิชยังคงได้ผลดี ดูได้จากช่อง History Verse ที่เพิ่งเปิดเมื่อกรกฎาคม 2023 มีผู้ติดตามแล้ว 70,000 คน ยอดวิวกว่า 40 ล้านวิว Alternative History Hub ใช้แอนิเมชันตัวการ์ตูนและภาพถ่ายทางประวัติศาสตร์ แต่ History Verse ใช้ AI สร้างวิดีโอ 100%
.
5. ช่องสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี
อนาคตสดใส เพราะตลาดกำลังเติบโต
.
ศักยภาพในการทำเงิน 6/10 คะแนน ความง่ายในการผลิต 9/10 คะแนน เฉลี่ย 7.5/10 คะแนน
.
ตัวอย่างช่อง Bestie Health และ Body Hub รายได้ 265,000 บาทต่อเดือน ทั้งสองช่องเปิดมา 5-6 ปี ใช้แค่สต็อกฟุตเทจและเพิ่มข้อความเคลื่อนไหวง่ายๆ พร้อมเสียงพากย์ อุตสาหกรรมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีคาดว่าจะเติบโตอย่างรวดเร็วในอีก 10 ปีข้างหน้า จึงมีโอกาสมาก
.
6. ช่องความรู้ด้านจิตวิทยา ผลิตง่าย
แต่รายได้ยังไม่สูงมาก
.
ศักยภาพในการทำเงิน 5/10 คะแนน ความง่ายในการผลิต 9/10 คะแนน เฉลี่ย 7/10 คะแนน
.
ตัวอย่างช่อง TopThink รายได้ 2,238,000 บาทต่อเดือน ผู้ติดตาม 2.67 ล้านคน นำเสนอในรูปแบบลิสต์ เช่น "12 เรื่องราวที่น่าสนใจ" หรือ "10 เหตุผลที่ต้องรู้" ด้านจิตวิทยา Psychology Arcade เป็นตัวอย่างหนึ่งของช่องที่เพิ่งเปิดในปีที่ผ่านมาและประสบความสำเร็จ TopThink ใช้แอนิเมชัน แต่คุณสามารถทำแบบง่ายๆ ด้วยเสียงพากย์และสต็อกฟุตเทจได้เช่นเดียวกับ Psychology Arcade
.
7. ช่องพัฒนาตัวเอง ทำเงินได้ดี
แต่ต้องใช้ทักษะการผลิตสูง
.
ศักยภาพในการทำเงิน 6/10 คะแนน ความยากในการผลิต 5/10 คะแนน เฉลี่ย 5.5/10 คะแนน
.
ตัวอย่างช่อง Improvement Pill มีผู้ติดตาม 3.5 ล้านคน รายได้ 2,169,000 บาทต่อเดือน เปิดมา 8 ปี เน้นคอนเทนต์ที่ใช้ได้ตลอด ส่วน J Wisdom เป็นช่องใหม่ที่เติบโตในปีที่ผ่านมา มีผู้ติดตาม 65,000 คน รายได้ 1,000 ดอลลาร์ต่อเดือน โดยลงคลิปแค่เดือนละ 1 ครั้ง Improvement Pill ใช้แอนิเมชันและการตัดต่อขั้นสูง แต่ J Wisdom ใช้แค่สต็อกฟุตเทจและคลิปหนัง
.
.
นี่เป็นเพียงไกด์ไลน์ในการเริ่มต้นของคนอยากมีช่องเป็นของตัวเอง ยิ่งเริ่มเร็ว ยิ่งได้เปรียบ เพราะตอนนี้เราอยู่ในยุคนี้ ทุกอย่างแทบจะพร้อมหมดแล้ว การทำช่องจะง่ายมากขึ้นไปอีก มีทั้งสต็อกฟุตเทจ หรือเครื่องมือ AI ที่เป็นตัวช่วย โอกาสสร้างรายได้หลักแสน ก็อยู่แค่เอื้อม
.
.
เขียนและเรียบเรียงโดย 100WEALTH
———
100WEALTH l ไปให้ถึง100ล้าน
.
#Business
#100WEALTH
#ไปให้ถึง100ล้าน
.
อ้างอิง
https://bit .ly/420VZ5h
50
จงสร้างทรัพย์สิน
ที่สามารถจ่ายกระแสเงินสด
ให้คุณได้ไว้ตั้งแต่ตอนที่ยังมีแรงดี

ชีวิตนี้มันไม่แน่นอนหรอกครับ
อยู่ ๆ คุณอาจจะป่วยหนักไม่มีแรงทำงาน
วันดีคืนดี ธุรกิจที่ทำอยู่อาจเริ่มไปไม่รอด
หรือถ้าเป็นมนุษย์เงินเดือน คุณอาจมีความจำเป็นต้องออกจากงาน

กันไว้ย่อมดีกว่าแก้
วันนี้ยังหาเงินได้ ออมเงินซะบ้าง
วันหน้ามีเงินออมแล้ว เรียนรู้ที่จะลงทุนสักหน่อย
วันต่อ ๆ ไป พอเข้าใจแล้วว่าจะลงทุนอย่างไร ลองลงทุนดู

ชีวิตนี้ไม่แน่ไม่นอน
ว่ากันว่า สิ่งที่แน่นอนที่สุดคือ
ความไม่แน่นอน

ใช่ครับ ความไม่แน่นอนในชีวิตนี่แหละ
ที่มันต้องเกิดขึ้นกับทุกคนแน่ ๆ
ความคิดยังดี สติยังมี กำลังยังไหว
จงเริ่มวางแผนชีวิต วางแผนการเงิน
หน้า: 1 ... 3 4 [5] 6 7 ... 10