ผู้เขียน หัวข้อ: Toner และชุด Drum  (อ่าน 147 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 933
  • คนดีไม่เบ่ง คนเก่งไม่โม้ คนใหญ่โตไม่อวด
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Toner และชุด Drum
« เมื่อ: 17/06/14 »


คุณสมบัติพิเศษอีกอย่างหนึ่งของ Brother DCP-7055 นั้นก็คือ ชุดโทเนอร์ผงหมึกสีดำนั้นมีการแยกส่วนออกจากชุด Drum ชุด drum ในเลเซอร์ปรินเตอร์นั้นจะทำหน้าที่เหมือนเป็นตัววาดภาพลงบนแผ่นกระดาษให้ผง หมึกลงไปเกาะ ซึ่งจริงๆมันก็มีอายุการใช้งานของมันครับ ชุดโทเนอร์ของเลเซอร์ในปัจจุบันนั้นส่วนใหญ่ที่แพงกว่าเครื่องพ่นหมึก ก็จะแพงที่ตรงจุดนี้นั้นเอง

11 Review : Brother DCP 7055 Multi Function centre

…ซึ่ง การแยกส่วนชุด drum ออกมานั้นก็จะส่งผลให้ตัวตลับหมึกมีราคาขายลดลง โดยตลับหมึกหนึ่งตลับมาตรฐานของเครื่องรุ่นนี้เป็นตลับหมึกรหัส TN-2060 ซึ่งแบบเดียวกับที่ใช้ในเครื่องรุ่นประหยัดบางรุ่นจาก Brother สามารถใช้งานได้ 700 หน้าโดยเฉลี่ย ซึ่งมีราคาอยู่ที่ราวๆ 690 บาทเท่านั้นครับ ถือว่าถูกมากๆ และสำหรับ drum รหัส DR-2255 นั้นจะมีอายุการใช้งานนานมากเลยทีเดียว อยู่ที่ 12000 หน้า เรียกได้ว่า ใช้กันจนลืมเลยทีเดียว กว่าจะได้เปลี่ยน drum ที่อาจจะมีราคาค่อนข้างแพง


dsc 0990 Review : Brother DCP 7055 Multi Function centre

ภาพเม็ดสีบริเวณสีเทาที่พบได้จากการพิมพ์เอกสารที่มีการไล่ระดับสี


…สรุป เรื่องการใช้งาน เท่าที่ผมทดลองใช้ การพิมพ์ขาวดำแบบ text หรือภาพ ที่เป็น “ขาวดำ” นั้นยังถือว่าไม่มีปัญหาอะไร ให้ความละเอียดที่ยอมรับได้และพอสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน แต่เมื่อผมทดลองทำการถ่ายเอกสารจากภาพที่พิมพ์จากเครื่อง laser แบบสี พบว่า บริเวณสีเทาที่ตัวเครื่องพิมพ์ออกมานั้นยังคงมีจุดกระด่างๆเป็นเม็ดๆอยู่ บ้าง ซึ่งถ้าไม่ซีเรียสเรื่องนี้ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรครับ.

…ความ น่าสนใจของ Brother DCP-7055 นั้น ที่สุดแล้วคงจะไปอยู่ที่ค่าหมึกพิมพ์หนึ่งตลับ ที่ถูกมากๆ ราวๆ 690 บาทเท่านั้นเองครับ ซึ่งเป็นผลมาจากการออกแบบให้มีการแยกเอาชุด drum ออกไปจากตัวตลับหมึก และตัว drum ในเครือ่งรุ่นนี้ก็มีอายุการใช้งานที่ค่อนข้างนานพอสมควร เห็นแล้วผู้เขียนก็นึกถึงสมัยก่อนที่ยังไม่มี inktank ค่าพิมพ์ต่อแผ่นของ laser นั้นมันเคยถูกกว่าเครื่อง inkjet แต่พอคราหลังมานี้ inkjet นั้นเริ่มอัดเรื่องของราคาหมึกให้ถูกลง รวมไปถึงพวกเครื่องติด tank ระบาดกันอย่างหนัก ทำให้เลเซอร์ดูเป็นอะไรที่ไม่คุ้มในสายตาผู้ใช้ตามบ้านทั่วไป เว้นแต่ว่าจะมองในแง่ของ reliability หรือความน่าเชื่อถือในการทำงานที่ผมว่ายังไง laser ก็ดีกว่าอยู่แล้ว

…สรุป คือไม่ว่าจะซื้อไปใช้งานที่ออฟฟิศ หรือใช้งานกับที่บ้าน ด้วยราคาขายเริ่มต้นที่ค่อนข้างถูก คือราวๆ 5490 บาทเท่านั้น เทียบกับความเร็วและฟีเจอร์ที่ได้ในระดับนี้แล้ว ก็ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากๆตัวหนึ่งเลยทีเดียว ถึงแม้จะไม่มีการเชื่อมต่อผ่านทางระบบเครือข่ายอื่นๆนอกจาก USB แต่กับราคานี้แล้ว จะหาคู่แข่งที่มีราคาไล่เลี่ยกัน รวมไปถึงค่าหมึกที่ถูกถึงขนาดนี้ ก็คงจะหายากพอสมควรเลยทีเดียวครับ